เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ

    เราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ การคลิก 'ยอมรับทั้งหมด' หมายถึงคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการวิเคราะห์

    คำถามที่พบบ่อย

    คำถามทั่วไปเกี่ยวกับบริการของเรา

    ค้นหาคำตอบสำหรับคำถามทั่วไปเกี่ยวกับบริการบัญชี ภาษี การเงิน และกฎหมาย สำหรับ SME ไทย

    เราให้บริการได้ทั่วประเทศไทยครับ ด้วยระบบ Cloud Accounting 100% คุณสามารถส่งเอกสารและดูงบการเงินผ่านออนไลน์ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ทีมงานเราพร้อม Support ผ่าน Online Meeting และ Line OA เสมือนมีแผนกบัญชีนั่งอยู่ข้างคุณ

    สิ่งที่เราแตกต่างอย่างชัดเจนคือ 'Mindset' ครับ สำนักงานบัญชีทั่วไปอาจเน้นแค่ 'บันทึกข้อมูลในอดีต' เพื่อส่งสรรพากร แต่ที่ Orbit Advisory เราทำหน้าที่เป็น 'Financial Partner' ที่มองไปข้างหน้า

    ใช่ เรามีบริการตรวจสอบบัญชีโดยผู้ได้รับอนุญาต CPA การเตรียมเอกสาร และการสนับสนุนตลอดกระบวนการ ระยะเวลาโดยประมาณ 3-4 สัปดาห์ พร้อมรายงานผลการตรวจสอบและคำแนะนำ

    นิติบุคคลต้องมีการจัดทำงบการเงินที่ตรวจสอบและรับรองโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต นำยื่นส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี นอกจากนี้งบการเงินยังเป็นสิ่งสำคัญในการติดต่อธุรกิจกับ ธนาคาร นักลงทุน และหน่วยงานราชการต่างๆ

    BOI (Board of Investment) คือหน่วยงานรัฐที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย โดยมอบสิทธิประโยชน์เช่น ยกเว้นภาษีนิติบุคคล 8-13 ปี ยกเว้นภาษีนำเข้า และอนุญาตให้คนต่างชาติถือหุ้น 100% ธุรกิจที่เหมาะสม ได้แก่ บริษัทต่างชาติ ธุรกิจเทคโนโลยี การผลิตเพื่อส่งออก พลังงานสะอาด และธุรกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูง Orbit Advisory ให้บริการประเมินความเหมาะสมฟรีเพื่อตัดสินใจยื่น BOI

    กระบวนการยื่น BOI ใช้เวลาโดยเฉลี่ย 3-4 เดือน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ: 1) เตรียมเอกสารและข้อเสนอโครงการ (1-2 เดือน) 2) ยื่นเรื่องและรอการพิจารณา (1-3 เดือน) 3) รับใบรับรองการส่งเสริมการลงทุน (2-4 สัปดาห์) กรณีที่เป็นโครงการสำคัญระดับประเทศอาจเร็วกว่า 1-2 เดือน Orbit Advisory จะช่วยจัดการกระบวนการทั้งหมดให้เสร็จสมบูรณ์

    ประโยชน์หลักจาก BOI ได้แก่: 1) ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8-13 ปี 2) ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ 3) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 4) อนุญาตให้คนต่างชาติถือหุ้น 100% ในกิจการที่จำกัด 5) อนุญาตให้คนต่างชาติถือครอบครองกรรมสิทธิ์ 6) อนุญาตให้นำคนต่างชาติเข้าทำงานได้มากขึ้น 7) ช่วยเหลือด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน 8) สามารถโอนเงินไปต่างประเทศได้ มูลค่าสิทธิประโยชน์อาจสูงถึง 100-300 ล้านบาทต่อโครงการ

    ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมบ่อยที่สุด ได้แก่: 1) ภาคอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์ 2) ภาคอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสูง 3) ภาคพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม 4) ภาคอาหารแปรรูปและเกษตรอุตสาหกรรม 5) ภาคการท่องเที่ยวและบริการ 6) ภาคยานยนต์และชิ้นส่วน 7) ภาคการแพทย์และเคมีภัณฑ์ 8) ภาคศูนย์กลางการค้าภูมิภาค แต่ละภาคมีเงื่อนไขและมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำที่แตกต่างกัน

    ใช่ครับ โดนได้จริง! เพราะตามกฎหมายของกรมสรรพากร หากบริษัทยื่นภาษีผิด ไม่ครบ หรือส่อไปในทางหลบเลี่ยงภาษี สรรพากรมีสิทธิ์ตรวจสอบย้อนหลังได้ 2–5 ปี และถ้าเข้าข่ายเจตนาเลี่ยงภาษีอาจโดนย้อนหลังได้ถึง 10 ปี พร้อมเงินเพิ่ม + เบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร เจ้าของกิจการต้องรับผิดชอบร่วมด้วย แม้จะเป็นความผิดของสำนักงานบัญชีก็ตาม (เพราะผู้บริหารคือผู้ลงนามรับรองงบการเงิน) ดังนั้น ถ้าสำนักงานบัญชีทำผิดเป็นประจำ อย่ารอให้สรรพากรเรียกตรวจ ควรเปลี่ยนทันที

    สัญญาณที่เจอบ่อย เช่น ต้องคอย "ตามงาน" ตลอด, บันทึกบัญชีผิดบ่อย, ยื่นภาษีล่าช้า, ถามข้อมูลไปแล้วตอบไม่ชัดเจน, ไม่สนใจปัญหาเฉพาะของธุรกิจเรา การทำงานแบบนี้ขัดกับจรรยาบรรณของนักบัญชีที่ต้องมีความเอาใจใส่และความเชี่ยวชาญ (Due Care) ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง นั่นคือธงแดงว่าควรหาที่ใหม่

    ผลกระทบเยอะมาก เช่น พลาดสิทธิลดหย่อนภาษีที่ SME ควรได้, ทำงานไม่ทันกฎหมายใหม่ เช่น e-Tax Invoice, ยื่นเอกสารผิดรูปแบบและมีความเสี่ยงโดนปรับ, อาจถูกมองว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ ตามกฎหมาย ผู้ทำบัญชีต้องอบรมและพัฒนาความรู้ขั้นต่ำ 12 ชั่วโมง/ปี หากสำนักงานบัญชีของคุณไม่มีการอัปเดตความรู้เลย นั่นคือสัญญาณอันตราย

    ควรอย่างยิ่งครับ สำนักงานบัญชีที่ดี ไม่ใช่แค่ทำรายการ–ยื่นภาษี แต่ต้องช่วยวางแผนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ประเมินภาระภาษีล่วงหน้า, แนะนำสิทธิลดหย่อนที่ใช้ได้, วางกลยุทธ์การลงทุนหรือรายจ่ายปลายปี, แจ้งเตือนจุดเสี่ยงที่อาจโดนประเมินภาษี กรมสรรพากรเองก็ระบุชัดว่า การวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง "ไม่ใช่การโกงภาษี" แต่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ SME หากสำนักงานบัญชีไม่เคยเสนอคำแนะนำเหล่านี้ แสดงว่าไม่ได้เป็น "ที่ปรึกษา" จริง ๆ

    คำถามสำคัญที่ช่วยเช็กความเป็นมืออาชีพ เช่น 1) มีระบบตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีและภาษีก่อนยื่นไหม? 2) อัปเดตกฎหมายใหม่ให้ลูกค้าทราบอย่างไร? 3) มีบริการวางแผนภาษีระหว่างปีหรือไม่? 4) เราจะมีผู้ดูแลบัญชีประจำคนเดียวหรือไม่ และติดต่อได้อย่างไร? 5) เมื่อยื่นภาษีแล้ว จะส่งหลักฐานใบเสร็จ/แบบยื่นให้เราตรวจสอบหรือไม่? 6) คิดค่าบริการอย่างไร มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงไหม? คำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส คือสัญลักษณ์ของสำนักงานบัญชีที่ไว้ใจได้

    เราให้บริการวางแผนการเงินครบวงจร ได้แก่ (1) วิเคราะห์สินเชื่อและวางแผนขอวงเงินธนาคาร - ช่วยเตรียมเอกสารขอสินเชื่อพร้อมงบการเงินที่น่าเชื่อถือ (2) ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ธนาคาร - แนะนำเลือกบริการธนาคาร วงเงินสินเชื่อ และเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะกับธุรกิจ (3) วางแผนกระแสเงินสดและสภาพคล่อง - พัฒนากลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียนและรักษาเสถียรภาพทางการเงิน (4) ช่วยพยากรณ์การเงินและงบประมาณ (5) แนะนำวางแผนการลงทุน ทีมของเรามีประสบการณ์ด้าน Banking มากกว่า 10 ปี ช่วยให้คุณเข้าถึงสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เราช่วยสนับสนุนกระบวนการขอสินเชื่อตั้งแต่ต้นจนจบ: (1) วิเคราะห์สินเชื่อ - วิเคราะห์ฐานะการเงินและชี้จุดที่ต้องเสริมสร้างก่อนเสนอธนาคาร (2) เตรียมเอกสารทางการเงิน - จัดทำงบการเงิน งบกระแสเงินสด และแผนธุรกิจที่ตรงตามมาตรฐานธนาคาร (3) แนะนำโครงสร้างสินเชื่อ - เสนอประเภทสินเชื่อ จำนวน และเงื่อนไขที่เหมาะสมกับธุรกิจ (4) ช่วยสร้างความสัมพันธ์ธนาคาร - ใช้เครือข่ายธนาคารเชื่อมต่อคุณกับผู้ให้กู้ที่เหมาะสม (5) ตรวจทานใบสมัคร - ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและน่าเชื่อถือก่อนยื่น เป้าหมายคือเพิ่มโอกาสอนุมัติและได้เงื่อนไขที่ดี

    Credit Analysis คือการประเมินสุขภาพทางการเงินและความน่าเชื่อถือทางสินเชื่อของธุรกิจจากมุมมองของผู้ให้กู้ มันสำคัญเพราะ: (1) เผยให้เห็นว่าธนาคารจะประเมินใบสมัครสินเชื่อของคุณอย่างไรก่อนยื่น (2) ชี้จุดอ่อนทางการเงินที่อาจทำให้ถูกปฏิเสธ (3) ช่วยให้เข้าใจความสามารถชำระหนี้และวงเงินกู้ที่เหมาะสม (4) ทำให้สามารถปรับปรุงอัตราส่วนทางการเงินและการนำเสนอล่วงหน้า (5) เพิ่มอัตราการอนุมัติและต่อรองอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า เราทำ Credit Analysis แบบมืออาชีพโดยใช้กรอบการวิเคราะห์เดียวกับที่ธนาคารใหญ่ใช้ ให้คุณเห็นมุมมองภายในว่าใบสมัครของคุณแข็งแรงแค่ไหน

    ได้ครับ เรามีบริการให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ธนาคารโดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมที่มีประสบการณ์ Banking มากกว่า 10 ปีจะช่วย: (1) ทำความเข้าใจวงเงินสินเชื่อแบบต่างๆ - เงินเบิกเกินบัญชี สินเชื่อระยะยาว Trade Finance หนังสือค้ำประกัน และควรใช้เมื่อไหร่ (2) เปรียบเทียบบริการธนาคารไทย - ค่าธรรมเนียม เงื่อนไข และคุณภาพบริการ (3) เลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม - L/C สัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า ผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยง (4) เพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ธนาคาร - กลยุทธ์หลายธนาคาร การจัดการวงเงินสินเชื่อ (5) ประเมินเทคโนโลยีธนาคารใหม่ - ระบบชำระเงิน แพลตฟอร์มบริหารเงินสด เราทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอิสระ ช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะจริงๆ ไม่ใช่ถูกขายบริการที่ไม่จำเป็น

    เรามีบริการบริหารกระแสเงินสดเชิงกลยุทธ์โดย: (1) พยากรณ์กระแสเงินสด - สร้างแบบจำลองคาดการณ์ 12 เดือนล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความต้องการสภาพคล่อง (2) เพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียน - วิเคราะห์ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และรอบสินค้าคงเหลือเพื่อปลดปล่อยเงินสด (3) วางแผนสภาพคล่อง - รักษาเงินสำรองเพียงพอสำหรับการดำเนินงานและสถานการณ์ฉุกเฉิน (4) วางแผนตามฤดูกาล - เตรียมรับมือกับความผันผวนของรายได้และวางแผนเงินสำรอง (5) จัดการวิกฤติ - พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับปัญหากระแสเงินสด (6) วางแผนวงเงินธนาคาร - จับเวลาเบิกและชำระวงเงินสินเชื่อให้เหมาะสม แนวทางของเราผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านบัญชีกับความรู้ Banking ในทางปฏิบัติ เพื่อให้ธุรกิจคุณมีสุขภาพทางการเงินที่ดีและพร้อมเติบโต

    มีคำถามเพิ่มเติม? ติดต่อเรา