เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ

    เราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ การคลิก 'ยอมรับทั้งหมด' หมายถึงคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการวิเคราะห์

    แนะนำภาษี

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop และ Shopee: ใครต้องหัก อัตราเท่าไหร่ และขอคืนได้ไหม?

    ทีมออร์บิท แอดไวเซอรี่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและบัญชีรับอนุญาต
    อ่าน 7 นาที
    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop และ Shopee: ใครต้องหัก อัตราเท่าไหร่ และขอคืนได้ไหม?

    เนื้อหาบทความ

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop และ Shopee: ใครต้องหัก อัตราเท่าไหร่ และขอคืนได้ไหม?

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) สำหรับผู้ขายบน TikTok Shop และ Shopee คือภาระที่นิติบุคคลต้องหัก 3% จากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และ 1% จากค่าขนส่ง ก่อนจ่ายให้แพลตฟอร์ม โดยทั้ง TikTok Shop และ Shopee มีระบบตัวแทนหักภาษีให้ใช้งาน ส่วนผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายในกรณีนี้

    คุณเคยสังเกตไหมครับว่าสเตทเมนต์จาก Shopee หรือ TikTok Shop มีตัวเลข "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" โผล่มาให้งงอยู่เสมอ?

    หลายคนเข้าใจผิดว่าแพลตฟอร์มหัก "เงินพิเศษ" จากยอดขายของตัวเองไป หรือบางคนก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองมีหน้าที่ทางภาษีอะไรบ้างกับเรื่องนี้ บทความนี้จะอธิบายให้ชัดครับ — ว่าใครต้องทำอะไร อัตราไหน เอกสารอะไร และถ้าถูกหักเกินจะขอคืนได้อย่างไร

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร และทำไมผู้ขายออนไลน์ต้องรู้?

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือกลไกที่กฎหมายกำหนดให้ "ผู้จ่ายเงิน" หักภาษีไว้ส่วนหนึ่งก่อนที่จะโอนเงินให้ "ผู้รับเงิน" แล้วนำภาษีที่หักไว้นั้นส่งให้กรมสรรพากรแทน เพื่อให้รัฐเก็บภาษีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผู้รับยื่นเองปลายปี กลไกนี้บังคับใช้ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และกำหนดอัตราโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528

    เหตุที่ผู้ขายออนไลน์ต้องรู้เรื่องนี้ เพราะเมื่อร้านค้าจดทะเบียนเป็น นิติบุคคล และจ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop หรือ Shopee ร้านค้านั้นก็มีฐานะเป็น "ผู้จ่ายเงิน" ที่ต้องหักภาษีตามกฎหมาย

    กฎหมายอ้างอิงเนื้อหา
    มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากรให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้ผู้จ่ายเงินหักภาษีก่อนจ่าย
    คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ข้อ 12/1กำหนดอัตรา WHT ค่าบริการ 3% สำหรับผู้รับที่เป็นนิติบุคคล
    คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528กำหนดอัตรา WHT ค่าขนส่ง 1%
    มาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรบังคับให้ผู้จ่ายออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)

    บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร?

    คำตอบสั้นๆ คือ บุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม แต่ยังต้องนำรายได้จากการขายสินค้าไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามปกติ ส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ชัดเจนกว่านั้น

    หัวข้อบุคคลธรรมดานิติบุคคล
    หน้าที่หัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม❌ ไม่มี✅ มี (3% ค่าบริการ, 1% ค่าขนส่ง)
    ยื่นภาษีรายได้จากการขาย✅ ภ.ง.ด.90 ปลายปี✅ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี
    ใช้ระบบตัวแทนหักภาษีของแพลตฟอร์มได้❌ ไม่จำเป็น✅ แนะนำให้สมัคร
    แบบที่ต้องยื่น WHTไม่มีภ.ง.ด.53 (ทุกเดือน)

    หากคุณเป็นบุคคลธรรมดาที่ขายของบน TikTok Shop หรือ Shopee รายได้ที่ได้รับถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภท 40(8) ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องนำไปยื่น ภ.ง.ด.90 ภายในมีนาคมของปีถัดไป สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% ได้ คุณสามารถอ่านรายละเอียดการยื่นภาษีสำหรับแม่ค้าออนไลน์เพิ่มเติมได้ที่บทความภาษีแม่ค้าออนไลน์และ Influencerครับ

    นิติบุคคลต้องหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?

    สำหรับร้านค้าที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีค่าธรรมเนียม 2 ประเภท ที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม/ค่าคอมมิชชัน (3%) และค่าขนส่ง (1%)

    ประเภทค่าธรรมเนียมอัตรา WHTตัวอย่าง
    ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม / GP fee / Commission3%ค่า GP ที่ TikTok Shop หรือ Shopee เรียกเก็บ
    ค่าขนส่ง / Logistics fee1%ค่าส่งผ่าน SPX Express (Shopee) หรือ Thai Happy Logistics (TikTok)

    ตัวอย่างคำนวณ: กรณีคุณต้น

    คุณต้นจดทะเบียนบริษัทขายเครื่องสำอางบน TikTok Shop เดือนกุมภาพันธ์ TikTok Shop เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 5,000 บาท (ไม่รวม VAT) และค่าขนส่ง 2,000 บาท

    การหัก ณ ที่จ่ายที่คุณต้นต้องทำ:

    รายการจำนวนอัตรา WHTภาษีที่ต้องหักยอดที่จ่ายจริง
    ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม5,000 บาท3%150 บาท4,850 บาท
    ค่าขนส่ง2,000 บาท1%20 บาท1,980 บาท
    รวม7,000 บาท170 บาท6,830 บาท

    คุณต้นต้องนำ 170 บาทนั้นส่งกรมสรรพากรผ่านแบบ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) และออกใบ 50 ทวิ ให้ TikTok Shop เพื่อเป็นหลักฐาน

    💡 แต่ถ้าคุณต้นสมัครระบบตัวแทนของ TikTok Shop ไว้แล้ว แพลตฟอร์มจะจัดการทุกขั้นตอนนี้แทนครับ

    ระบบ "ตัวแทนหักและนำส่งภาษี" ของ Shopee และ TikTok Shop ทำงานอย่างไร?

    ทั้ง Shopee และ TikTok Shop เปิดให้ผู้ขายที่เป็น นิติบุคคล แต่งตั้งแพลตฟอร์มเป็น "ตัวแทนหักและนำส่งภาษี" ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มจะจัดการยื่น ภ.ง.ด.53 และนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรแทนคุณทุกเดือน คุณไม่ต้องทำเองอีกต่อไป

    Shopee — ขั้นตอนสมัครระบบตัวแทน

    1. เข้า Shopee Seller Center → ส่วนภาษี
    2. ทำ e-Power of Attorney (มอบอำนาจอิเล็กทรอนิกส์) ผ่านระบบของ Shopee
    3. ชำระค่าอากรแสตมป์ผ่านระบบ e-Stamp Duty ของกรมสรรพากร
    4. เมื่อสมัครสำเร็จ Shopee และ SPX Express จะหักและนำส่งภาษีแทนผู้ขายทุกเดือน

    TikTok Shop — โครงสร้างตัวแทน

    TikTok Shop ใช้บริษัทตัวแทน 2 บริษัท แยกตามประเภทค่าธรรมเนียม:

    บริษัทตัวแทนดูแลค่าธรรมเนียมประเภทอัตรา
    TikTok Shop (Thailand) Ltd.ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม / GP fee3%
    Thai Happy Logistics Ltd.ค่าขนส่ง1%

    ผู้ขายสามารถดูสัญญาแต่งตั้งตัวแทนได้ที่ Seller Center → การเงิน → เอกสารภาษี → จดหมายแต่งตั้ง

    ⚠️ สำคัญ: หากผู้ขายไม่สมัครระบบตัวแทน ผู้ขายต้องหักและนำส่งภาษีเองทุกเดือน รวมถึงออกใบ 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มด้วย ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องตั้งค่าอะไรบ้าง หรืออยากให้มีผู้เชี่ยวชาญดูแลการยื่น ภ.ง.ด.53 รายเดือนแทนคุณ ทีม Orbit Advisory พร้อมช่วยได้ครับ

    ใบ 50 ทวิ ที่เกี่ยวข้องกับ WHT ของแพลตฟอร์ม ใช้ทำอะไร?

    ใบ 50 ทวิ หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คือเอกสารที่ "ผู้จ่ายเงิน" ต้องออกให้ "ผู้รับเงิน" ทุกครั้งที่มีการหัก ณ ที่จ่าย เพื่อเป็นหลักฐานว่าภาษีถูกหักและนำส่งแล้ว

    ในบริบทของผู้ขายและแพลตฟอร์ม:

    • ใบ 50 ทวิ ที่ผู้ขาย (นิติบุคคล) ออกให้แพลตฟอร์ม — เป็นหลักฐานว่าผู้ขายหักภาษีจากค่าธรรมเนียมแล้วนำส่งให้กรมสรรพากรครบถ้วน แพลตฟอร์มนำใบนี้ไปใช้ credit ภาษีของตนเอง
    • ถ้าใช้ระบบตัวแทน: แพลตฟอร์มจัดการออกใบ 50 ทวิ ให้ตัวเองในนามผู้ขาย คุณไม่ต้องออกเอง แต่ควรเก็บสำเนาและใบ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นแทนไว้ตรวจสอบ

    ประโยชน์ของการปฏิบัติถูกต้องสำหรับผู้ขายนิติบุคคล:

    ขอทำความเข้าใจตรงนี้ให้ชัดครับ — WHT ที่ผู้ขายหักและนำส่งไปนั้น เป็น credit ของแพลตฟอร์ม (TikTok Shop / Shopee) ในฐานะผู้รับเงิน ไม่ใช่ credit ของผู้ขาย ผู้ขายจึงไม่สามารถนำยอด WHT นั้นไปหักออกจากภาษีนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ของตนเองได้โดยตรง

    ประโยชน์ที่ผู้ขายได้รับมีสองส่วนครับ:

    1. ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มทั้งก้อนเป็นค่าใช้จ่ายหักภาษีได้ — ยอดค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม (ทั้งส่วนที่ถูกหัก WHT และส่วนที่โอนจริง) บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เต็มจำนวน ซึ่งช่วยลดฐานภาษีนิติบุคคลทางอ้อม
    2. หลักฐานค่าใช้จ่ายที่ถูกต้อง — ใบ 50 ทวิ และ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นไว้เป็นเอกสารยืนยันว่าค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ป้องกันการถูกกรมสรรพากรปฏิเสธค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ

    ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทจ่ายค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรวมทั้งปี 60,000 บาท และถูกหัก WHT 3% = 1,800 บาท ค่าใช้จ่ายที่นำไปลดกำไรสุทธิคือ 60,000 บาทเต็ม (ไม่ใช่แค่ 58,200 บาทที่โอนจริง) ซึ่งช่วยลดภาษีนิติบุคคลที่ต้องจ่ายอยู่แล้วทางอ้อมครับ

    หากคุณสนใจเรื่องการบริหารภาษีของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่องวิธีที่เจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัทอย่างถูกกฎหมายได้ครับ

    ถ้าหัก WHT ส่งไปแล้ว ผู้ขายขอคืนได้ไหม?

    ขอคืนไม่ได้ครับ — และนี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด

    WHT ที่ผู้ขายหักจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและนำส่งกรมสรรพากรไปนั้น ถือเป็น credit ของแพลตฟอร์ม (TikTok Shop / Shopee) ในฐานะ "ผู้รับเงิน" ตามหลักกฎหมาย WHT ผู้ที่มีสิทธิ์ขอคืนหรือใช้ credit นี้คือแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ผู้ขาย

    แบบ ค.10 (คำร้องขอคืนเงินภาษี) ใช้สำหรับกรณีที่ รายได้ของคุณถูกหัก WHT ไว้มากเกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ซึ่งเป็นคนละสถานการณ์กับบทความนี้ครับ — ในที่นี้ผู้ขายเป็นฝ่าย "จ่าย" ไม่ใช่ฝ่าย "รับ"

    กรณีที่อาจเกิดปัญหาจากการหักเกิน:

    หากผู้ขายคำนวณฐาน WHT ผิดพลาดและหักส่งเกินจริง เช่น หักจากยอดรวม VAT แทนที่จะหักจากยอดก่อน VAT สิ่งที่ต้องทำคือประสานงานกับแพลตฟอร์มโดยตรง เพื่อให้แพลตฟอร์มดำเนินการขอปรับปรุงหรือขอคืนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ credit ของตน ไม่ใช่ผู้ขายยื่นขอคืนเองครับ

    ⚠️ ความเสี่ยง: ถ้าไม่หัก ณ ที่จ่าย หรือหักผิดพลาด จะเกิดอะไรขึ้น?

    หากนิติบุคคลไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มตามที่กฎหมายกำหนด มีความเสี่ยงดังนี้ครับ

    • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ไม่ได้นำส่ง นับตั้งแต่วันครบกำหนด
    • ค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร
    • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่จ่ายไปโดยไม่หัก อาจถูกกรมสรรพากรตรวจสอบและปฏิเสธเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
    • ความเสี่ยงระยะยาว: กรมสรรพากรปัจจุบันรับข้อมูลจากแพลตฟอร์ม e-commerce โดยตรง การไม่ปฏิบัติตามจึงมีโอกาสถูกตรวจสอบสูงขึ้น

    หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจดทะเบียนบริษัทหรือดำเนินการในนามบุคคลธรรมดาแบบไหนเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ของคุณ สามารถอ่านบทความเปรียบเทียบบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคลเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

    สรุป: คุณควรทำอะไร?

    คุณเป็นแบบนี้...สิ่งที่ต้องทำ
    บุคคลธรรมดา ขายบน TikTok Shop / Shopeeไม่ต้องหัก WHT จากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม แต่ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 ปลายปี
    นิติบุคคล และยังไม่ได้สมัครระบบตัวแทนสมัครระบบตัวแทนของ Shopee หรือ TikTok Shop โดยเร็วที่สุด
    นิติบุคคล ใช้ระบบตัวแทนอยู่แล้วตรวจสอบ ภ.ง.ด.53 รายเดือนที่แพลตฟอร์มยื่นแทน และรวบรวมเป็น WHT credit ปลายปี
    นิติบุคคล หัก WHT ผิดพลาด (เช่น คำนวณฐานผิด)ประสานงานกับแพลตฟอร์มโดยตรง — WHT credit เป็นของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ของผู้ขาย

    เรื่อง WHT กับแพลตฟอร์ม e-commerce ดูเหมือนซับซ้อน แต่ถ้าใช้ระบบตัวแทนของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จัดการได้โดยอัตโนมัติครับ สิ่งที่สำคัญกว่าคือต้องรวบรวม WHT credit ให้ครบทุกเดือน เพื่อนำไปลดภาษีปลายปีให้ได้ประโยชน์สูงสุด

    หากต้องการให้ทีม Orbit Advisory ดูแลภาษีหัก ณ ที่จ่ายและบัญชีรายเดือนสำหรับร้านค้าออนไลน์ของคุณให้ครบวงจร ปรึกษาได้เลยครับ

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    Q1: ถ้าไม่แต่งตั้งแพลตฟอร์มเป็นตัวแทนหักภาษี นิติบุคคลต้องทำขั้นตอนอะไรเองบ้าง? A: นิติบุคคลที่ไม่ใช้ระบบตัวแทนต้องหัก WHT เองทุกครั้งที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์ม โดยหัก 3% จากค่าบริการและ 1% จากค่าขนส่ง จากนั้นยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 พร้อมชำระภาษีต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) และออกใบ 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มเป็นหลักฐานด้วย

    Q2: หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ในบริบทนี้คืออะไร และใครได้รับ? A: ในกรณีนี้ ผู้ขาย (นิติบุคคล) เป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม จึงต้องออกใบ 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มเป็นผู้รับ ใบ 50 ทวิ ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คือเอกสารรับรองว่ามีการหักภาษีและนำส่งแล้ว ผู้ขายควรเก็บสำเนาไว้ประกอบการยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปีครับ

    Q3: บุคคลธรรมดาที่ขายของบน TikTok Shop และ Shopee จำเป็นต้องหัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มไหม? A: ไม่จำเป็นครับ กฎหมายกำหนดให้การหัก ณ ที่จ่ายจากค่าบริการตามคำสั่ง ท.ป. 4/2528 ใช้กับ "ผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคล" เท่านั้น บุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายในกรณีนี้ แต่ยังต้องรายงานรายได้จากการขายทั้งหมดในแบบ ภ.ง.ด.90 ประจำปีตามปกติ

    Q4: WHT 3% คำนวณจากยอดอะไร — ยอดขายสินค้าหรือยอดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม? A: คำนวณจาก ยอดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเท่านั้น ไม่ใช่ยอดขายสินค้าครับ ตัวอย่างเช่น ถ้ายอดขายในเดือนนั้น 100,000 บาท และแพลตฟอร์มคิดค่า GP 5,000 บาท WHT 3% จะคำนวณจาก 5,000 บาท = 150 บาท ไม่ใช่จาก 100,000 บาท ค่า WHT จึงเป็นจำนวนที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดขายรวม

    Q5: ถ้านิติบุคคลไม่หัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมานาน จะมีโทษอะไรบ้าง? A: มีโทษสองส่วนครับ คือ เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ไม่ได้นำส่ง นับตั้งแต่วันครบกำหนด บวกกับค่าปรับทางอาญาตามมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายโดยไม่หักภาษีอาจถูกปฏิเสธเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ส่งผลให้ภาษีนิติบุคคลที่ต้องจ่ายสูงขึ้นด้วย

    📚 บทความที่เกี่ยวข้อง

    ขายของออนไลน์-ฟรีแลนซ์ ควรจดบริษัทดีไหม? เทียบชัดๆ ภาษี ความน่าเชื่อถือ และการเติบโต
    แนะนำธุรกิจ

    ขายของออนไลน์-ฟรีแลนซ์ ควรจดบริษัทดีไหม? เทียบชัดๆ ภาษี ความน่าเชื่อถือ และการเติบโต

    แม่ค้าออนไลน์และฟรีแลนซ์ควรจดบริษัทไหม? เปรียบเทียบอัตราภาษี ความน่าเชื่อถือ ค่าใช้จ่าย และระดับรายได้ที่คุ้มค่าที่จะจดทะเบียน

    อ่าน 7 นาที
    12 ม.ค. 2569
    แม่ค้าออนไลน์-Influencer ยื่นภาษีแบบไหน? เจาะลึกเงินได้ 40(2) vs 40(8) และวิธีหักค่าใช้จ่ายให้คุ้มที่สุด
    แนะนำภาษี

    แม่ค้าออนไลน์-Influencer ยื่นภาษีแบบไหน? เจาะลึกเงินได้ 40(2) vs 40(8) และวิธีหักค่าใช้จ่ายให้คุ้มที่สุด

    แม่ค้าออนไลน์และ Influencer: รายได้คุณอยู่ในมาตรา 40(2) หรือ 40(8)? คำตอบกำหนดอัตราหักค่าใช้จ่ายและภาษีที่คุณต้องจ่ายตามกฎหมาย

    อ่าน 12 นาที
    7 ม.ค. 2569
    เจาะลึกเงินได้ 8 ประเภท (40(1) – 40(8)): รายได้ของคุณคือประเภทไหนและหักค่าใช้จ่ายอย่างไรให้ประหยัดภาษีที่สุด?
    แนะนำภาษี

    เจาะลึกเงินได้ 8 ประเภท (40(1) – 40(8)): รายได้ของคุณคือประเภทไหนและหักค่าใช้จ่ายอย่างไรให้ประหยัดภาษีที่สุด?

    ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40 ประเภทรายได้กำหนดอัตราหักค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจต่างกันหลักหมื่นบาทต่อปี

    อ่าน 12 นาที
    12 ธ.ค. 2568

    เลื่อนเพื่อดูเพิ่มเติม →

    พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?

    ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ติดต่อเราผ่านช่องทางที่คุณสะดวก