ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop และ Shopee: ใครต้องหัก อัตราเท่าไหร่ และขอคืนได้ไหม?

เนื้อหาบทความ
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop และ Shopee: ใครต้องหัก อัตราเท่าไหร่ และขอคืนได้ไหม?
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) สำหรับผู้ขายบน TikTok Shop และ Shopee คือภาระที่นิติบุคคลต้องหัก 3% จากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และ 1% จากค่าขนส่ง ก่อนจ่ายให้แพลตฟอร์ม โดยทั้ง TikTok Shop และ Shopee มีระบบตัวแทนหักภาษีให้ใช้งาน ส่วนผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายในกรณีนี้
คุณเคยสังเกตไหมครับว่าสเตทเมนต์จาก Shopee หรือ TikTok Shop มีตัวเลข "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" โผล่มาให้งงอยู่เสมอ?
หลายคนเข้าใจผิดว่าแพลตฟอร์มหัก "เงินพิเศษ" จากยอดขายของตัวเองไป หรือบางคนก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองมีหน้าที่ทางภาษีอะไรบ้างกับเรื่องนี้ บทความนี้จะอธิบายให้ชัดครับ — ว่าใครต้องทำอะไร อัตราไหน เอกสารอะไร และถ้าถูกหักเกินจะขอคืนได้อย่างไร
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร และทำไมผู้ขายออนไลน์ต้องรู้?
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือกลไกที่กฎหมายกำหนดให้ "ผู้จ่ายเงิน" หักภาษีไว้ส่วนหนึ่งก่อนที่จะโอนเงินให้ "ผู้รับเงิน" แล้วนำภาษีที่หักไว้นั้นส่งให้กรมสรรพากรแทน เพื่อให้รัฐเก็บภาษีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผู้รับยื่นเองปลายปี กลไกนี้บังคับใช้ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และกำหนดอัตราโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528
เหตุที่ผู้ขายออนไลน์ต้องรู้เรื่องนี้ เพราะเมื่อร้านค้าจดทะเบียนเป็น นิติบุคคล และจ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop หรือ Shopee ร้านค้านั้นก็มีฐานะเป็น "ผู้จ่ายเงิน" ที่ต้องหักภาษีตามกฎหมาย
| กฎหมายอ้างอิง | เนื้อหา |
|---|---|
| มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร | ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้ผู้จ่ายเงินหักภาษีก่อนจ่าย |
| คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ข้อ 12/1 | กำหนดอัตรา WHT ค่าบริการ 3% สำหรับผู้รับที่เป็นนิติบุคคล |
| คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 | กำหนดอัตรา WHT ค่าขนส่ง 1% |
| มาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร | บังคับให้ผู้จ่ายออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) |
บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร?
คำตอบสั้นๆ คือ บุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม แต่ยังต้องนำรายได้จากการขายสินค้าไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามปกติ ส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ชัดเจนกว่านั้น
| หัวข้อ | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล |
|---|---|---|
| หน้าที่หัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม | ❌ ไม่มี | ✅ มี (3% ค่าบริการ, 1% ค่าขนส่ง) |
| ยื่นภาษีรายได้จากการขาย | ✅ ภ.ง.ด.90 ปลายปี | ✅ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี |
| ใช้ระบบตัวแทนหักภาษีของแพลตฟอร์มได้ | ❌ ไม่จำเป็น | ✅ แนะนำให้สมัคร |
| แบบที่ต้องยื่น WHT | ไม่มี | ภ.ง.ด.53 (ทุกเดือน) |
หากคุณเป็นบุคคลธรรมดาที่ขายของบน TikTok Shop หรือ Shopee รายได้ที่ได้รับถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภท 40(8) ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องนำไปยื่น ภ.ง.ด.90 ภายในมีนาคมของปีถัดไป สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% ได้ คุณสามารถอ่านรายละเอียดการยื่นภาษีสำหรับแม่ค้าออนไลน์เพิ่มเติมได้ที่บทความภาษีแม่ค้าออนไลน์และ Influencerครับ
นิติบุคคลต้องหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?
สำหรับร้านค้าที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีค่าธรรมเนียม 2 ประเภท ที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม/ค่าคอมมิชชัน (3%) และค่าขนส่ง (1%)
| ประเภทค่าธรรมเนียม | อัตรา WHT | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม / GP fee / Commission | 3% | ค่า GP ที่ TikTok Shop หรือ Shopee เรียกเก็บ |
| ค่าขนส่ง / Logistics fee | 1% | ค่าส่งผ่าน SPX Express (Shopee) หรือ Thai Happy Logistics (TikTok) |
ตัวอย่างคำนวณ: กรณีคุณต้น
คุณต้นจดทะเบียนบริษัทขายเครื่องสำอางบน TikTok Shop เดือนกุมภาพันธ์ TikTok Shop เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 5,000 บาท (ไม่รวม VAT) และค่าขนส่ง 2,000 บาท
การหัก ณ ที่จ่ายที่คุณต้นต้องทำ:
| รายการ | จำนวน | อัตรา WHT | ภาษีที่ต้องหัก | ยอดที่จ่ายจริง |
|---|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม | 5,000 บาท | 3% | 150 บาท | 4,850 บาท |
| ค่าขนส่ง | 2,000 บาท | 1% | 20 บาท | 1,980 บาท |
| รวม | 7,000 บาท | 170 บาท | 6,830 บาท |
คุณต้นต้องนำ 170 บาทนั้นส่งกรมสรรพากรผ่านแบบ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) และออกใบ 50 ทวิ ให้ TikTok Shop เพื่อเป็นหลักฐาน
💡 แต่ถ้าคุณต้นสมัครระบบตัวแทนของ TikTok Shop ไว้แล้ว แพลตฟอร์มจะจัดการทุกขั้นตอนนี้แทนครับ
ระบบ "ตัวแทนหักและนำส่งภาษี" ของ Shopee และ TikTok Shop ทำงานอย่างไร?
ทั้ง Shopee และ TikTok Shop เปิดให้ผู้ขายที่เป็น นิติบุคคล แต่งตั้งแพลตฟอร์มเป็น "ตัวแทนหักและนำส่งภาษี" ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มจะจัดการยื่น ภ.ง.ด.53 และนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรแทนคุณทุกเดือน คุณไม่ต้องทำเองอีกต่อไป
Shopee — ขั้นตอนสมัครระบบตัวแทน
- เข้า Shopee Seller Center → ส่วนภาษี
- ทำ e-Power of Attorney (มอบอำนาจอิเล็กทรอนิกส์) ผ่านระบบของ Shopee
- ชำระค่าอากรแสตมป์ผ่านระบบ e-Stamp Duty ของกรมสรรพากร
- เมื่อสมัครสำเร็จ Shopee และ SPX Express จะหักและนำส่งภาษีแทนผู้ขายทุกเดือน
TikTok Shop — โครงสร้างตัวแทน
TikTok Shop ใช้บริษัทตัวแทน 2 บริษัท แยกตามประเภทค่าธรรมเนียม:
| บริษัทตัวแทน | ดูแลค่าธรรมเนียมประเภท | อัตรา |
|---|---|---|
| TikTok Shop (Thailand) Ltd. | ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม / GP fee | 3% |
| Thai Happy Logistics Ltd. | ค่าขนส่ง | 1% |
ผู้ขายสามารถดูสัญญาแต่งตั้งตัวแทนได้ที่ Seller Center → การเงิน → เอกสารภาษี → จดหมายแต่งตั้ง
⚠️ สำคัญ: หากผู้ขายไม่สมัครระบบตัวแทน ผู้ขายต้องหักและนำส่งภาษีเองทุกเดือน รวมถึงออกใบ 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มด้วย ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องตั้งค่าอะไรบ้าง หรืออยากให้มีผู้เชี่ยวชาญดูแลการยื่น ภ.ง.ด.53 รายเดือนแทนคุณ ทีม Orbit Advisory พร้อมช่วยได้ครับ
ใบ 50 ทวิ ที่เกี่ยวข้องกับ WHT ของแพลตฟอร์ม ใช้ทำอะไร?
ใบ 50 ทวิ หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คือเอกสารที่ "ผู้จ่ายเงิน" ต้องออกให้ "ผู้รับเงิน" ทุกครั้งที่มีการหัก ณ ที่จ่าย เพื่อเป็นหลักฐานว่าภาษีถูกหักและนำส่งแล้ว
ในบริบทของผู้ขายและแพลตฟอร์ม:
- ใบ 50 ทวิ ที่ผู้ขาย (นิติบุคคล) ออกให้แพลตฟอร์ม — เป็นหลักฐานว่าผู้ขายหักภาษีจากค่าธรรมเนียมแล้วนำส่งให้กรมสรรพากรครบถ้วน แพลตฟอร์มนำใบนี้ไปใช้ credit ภาษีของตนเอง
- ถ้าใช้ระบบตัวแทน: แพลตฟอร์มจัดการออกใบ 50 ทวิ ให้ตัวเองในนามผู้ขาย คุณไม่ต้องออกเอง แต่ควรเก็บสำเนาและใบ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นแทนไว้ตรวจสอบ
ประโยชน์ของการปฏิบัติถูกต้องสำหรับผู้ขายนิติบุคคล:
ขอทำความเข้าใจตรงนี้ให้ชัดครับ — WHT ที่ผู้ขายหักและนำส่งไปนั้น เป็น credit ของแพลตฟอร์ม (TikTok Shop / Shopee) ในฐานะผู้รับเงิน ไม่ใช่ credit ของผู้ขาย ผู้ขายจึงไม่สามารถนำยอด WHT นั้นไปหักออกจากภาษีนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ของตนเองได้โดยตรง
ประโยชน์ที่ผู้ขายได้รับมีสองส่วนครับ:
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มทั้งก้อนเป็นค่าใช้จ่ายหักภาษีได้ — ยอดค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม (ทั้งส่วนที่ถูกหัก WHT และส่วนที่โอนจริง) บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เต็มจำนวน ซึ่งช่วยลดฐานภาษีนิติบุคคลทางอ้อม
- หลักฐานค่าใช้จ่ายที่ถูกต้อง — ใบ 50 ทวิ และ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นไว้เป็นเอกสารยืนยันว่าค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ป้องกันการถูกกรมสรรพากรปฏิเสธค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ
ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทจ่ายค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรวมทั้งปี 60,000 บาท และถูกหัก WHT 3% = 1,800 บาท ค่าใช้จ่ายที่นำไปลดกำไรสุทธิคือ 60,000 บาทเต็ม (ไม่ใช่แค่ 58,200 บาทที่โอนจริง) ซึ่งช่วยลดภาษีนิติบุคคลที่ต้องจ่ายอยู่แล้วทางอ้อมครับ
หากคุณสนใจเรื่องการบริหารภาษีของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่องวิธีที่เจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัทอย่างถูกกฎหมายได้ครับ
ถ้าหัก WHT ส่งไปแล้ว ผู้ขายขอคืนได้ไหม?
ขอคืนไม่ได้ครับ — และนี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด
WHT ที่ผู้ขายหักจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและนำส่งกรมสรรพากรไปนั้น ถือเป็น credit ของแพลตฟอร์ม (TikTok Shop / Shopee) ในฐานะ "ผู้รับเงิน" ตามหลักกฎหมาย WHT ผู้ที่มีสิทธิ์ขอคืนหรือใช้ credit นี้คือแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ผู้ขาย
แบบ ค.10 (คำร้องขอคืนเงินภาษี) ใช้สำหรับกรณีที่ รายได้ของคุณถูกหัก WHT ไว้มากเกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ซึ่งเป็นคนละสถานการณ์กับบทความนี้ครับ — ในที่นี้ผู้ขายเป็นฝ่าย "จ่าย" ไม่ใช่ฝ่าย "รับ"
กรณีที่อาจเกิดปัญหาจากการหักเกิน:
หากผู้ขายคำนวณฐาน WHT ผิดพลาดและหักส่งเกินจริง เช่น หักจากยอดรวม VAT แทนที่จะหักจากยอดก่อน VAT สิ่งที่ต้องทำคือประสานงานกับแพลตฟอร์มโดยตรง เพื่อให้แพลตฟอร์มดำเนินการขอปรับปรุงหรือขอคืนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ credit ของตน ไม่ใช่ผู้ขายยื่นขอคืนเองครับ
⚠️ ความเสี่ยง: ถ้าไม่หัก ณ ที่จ่าย หรือหักผิดพลาด จะเกิดอะไรขึ้น?
หากนิติบุคคลไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มตามที่กฎหมายกำหนด มีความเสี่ยงดังนี้ครับ
- เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ไม่ได้นำส่ง นับตั้งแต่วันครบกำหนด
- ค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่จ่ายไปโดยไม่หัก อาจถูกกรมสรรพากรตรวจสอบและปฏิเสธเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
- ความเสี่ยงระยะยาว: กรมสรรพากรปัจจุบันรับข้อมูลจากแพลตฟอร์ม e-commerce โดยตรง การไม่ปฏิบัติตามจึงมีโอกาสถูกตรวจสอบสูงขึ้น
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจดทะเบียนบริษัทหรือดำเนินการในนามบุคคลธรรมดาแบบไหนเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ของคุณ สามารถอ่านบทความเปรียบเทียบบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคลเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ
สรุป: คุณควรทำอะไร?
| คุณเป็นแบบนี้... | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| บุคคลธรรมดา ขายบน TikTok Shop / Shopee | ไม่ต้องหัก WHT จากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม แต่ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 ปลายปี |
| นิติบุคคล และยังไม่ได้สมัครระบบตัวแทน | สมัครระบบตัวแทนของ Shopee หรือ TikTok Shop โดยเร็วที่สุด |
| นิติบุคคล ใช้ระบบตัวแทนอยู่แล้ว | ตรวจสอบ ภ.ง.ด.53 รายเดือนที่แพลตฟอร์มยื่นแทน และรวบรวมเป็น WHT credit ปลายปี |
| นิติบุคคล หัก WHT ผิดพลาด (เช่น คำนวณฐานผิด) | ประสานงานกับแพลตฟอร์มโดยตรง — WHT credit เป็นของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ของผู้ขาย |
เรื่อง WHT กับแพลตฟอร์ม e-commerce ดูเหมือนซับซ้อน แต่ถ้าใช้ระบบตัวแทนของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จัดการได้โดยอัตโนมัติครับ สิ่งที่สำคัญกว่าคือต้องรวบรวม WHT credit ให้ครบทุกเดือน เพื่อนำไปลดภาษีปลายปีให้ได้ประโยชน์สูงสุด
หากต้องการให้ทีม Orbit Advisory ดูแลภาษีหัก ณ ที่จ่ายและบัญชีรายเดือนสำหรับร้านค้าออนไลน์ของคุณให้ครบวงจร ปรึกษาได้เลยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ถ้าไม่แต่งตั้งแพลตฟอร์มเป็นตัวแทนหักภาษี นิติบุคคลต้องทำขั้นตอนอะไรเองบ้าง? A: นิติบุคคลที่ไม่ใช้ระบบตัวแทนต้องหัก WHT เองทุกครั้งที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์ม โดยหัก 3% จากค่าบริการและ 1% จากค่าขนส่ง จากนั้นยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 พร้อมชำระภาษีต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) และออกใบ 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มเป็นหลักฐานด้วย
Q2: หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ในบริบทนี้คืออะไร และใครได้รับ? A: ในกรณีนี้ ผู้ขาย (นิติบุคคล) เป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม จึงต้องออกใบ 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มเป็นผู้รับ ใบ 50 ทวิ ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คือเอกสารรับรองว่ามีการหักภาษีและนำส่งแล้ว ผู้ขายควรเก็บสำเนาไว้ประกอบการยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปีครับ
Q3: บุคคลธรรมดาที่ขายของบน TikTok Shop และ Shopee จำเป็นต้องหัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มไหม? A: ไม่จำเป็นครับ กฎหมายกำหนดให้การหัก ณ ที่จ่ายจากค่าบริการตามคำสั่ง ท.ป. 4/2528 ใช้กับ "ผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคล" เท่านั้น บุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายในกรณีนี้ แต่ยังต้องรายงานรายได้จากการขายทั้งหมดในแบบ ภ.ง.ด.90 ประจำปีตามปกติ
Q4: WHT 3% คำนวณจากยอดอะไร — ยอดขายสินค้าหรือยอดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม? A: คำนวณจาก ยอดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเท่านั้น ไม่ใช่ยอดขายสินค้าครับ ตัวอย่างเช่น ถ้ายอดขายในเดือนนั้น 100,000 บาท และแพลตฟอร์มคิดค่า GP 5,000 บาท WHT 3% จะคำนวณจาก 5,000 บาท = 150 บาท ไม่ใช่จาก 100,000 บาท ค่า WHT จึงเป็นจำนวนที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดขายรวม
Q5: ถ้านิติบุคคลไม่หัก ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมานาน จะมีโทษอะไรบ้าง? A: มีโทษสองส่วนครับ คือ เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ไม่ได้นำส่ง นับตั้งแต่วันครบกำหนด บวกกับค่าปรับทางอาญาตามมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายโดยไม่หักภาษีอาจถูกปฏิเสธเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ส่งผลให้ภาษีนิติบุคคลที่ต้องจ่ายสูงขึ้นด้วย
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
เลื่อนเพื่อดูเพิ่มเติม →
พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ติดต่อเราผ่านช่องทางที่คุณสะดวก


