รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี 10 รายการที่บริษัทมักพลาด (มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร)

เนื้อหาบทความ
รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี 10 รายการที่บริษัทมักพลาด (มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร)
รายจ่ายต้องห้ามทางภาษีนิติบุคคล ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดไว้ทั้งหมด 20 รายการ — บทความนี้รวบรวม 10 รายการที่ SME มักพลาดมากที่สุด ไม่ว่าจะจ่ายจริงหรือมีเอกสารครบก็ตาม รายการที่พบบ่อย ได้แก่ รายจ่ายส่วนตัว ค่ารับรองเกินเพดาน 0.3% และรายจ่ายที่ระบุผู้รับไม่ได้ หากสรรพากรตรวจพบ ต้องชำระภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ 1–2 เท่าและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ตามมาตรา 22, 26 และ 27 แห่งประมวลรัษฎากร
คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางปีบริษัทยื่นภาษีครบถ้วน แต่ยังโดนสรรพากรเรียกตรวจและประเมินภาษีเพิ่ม? สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การหนีภาษี แต่เป็นรายจ่ายต้องห้ามที่บันทึกผิดประเภทโดยไม่รู้ตัว
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก 10 รายการจากมาตรา 65 ตรี ที่บริษัท SME และร้านค้าออนไลน์มักพลาดมากที่สุด พร้อมวิธีป้องกันที่ทำได้ทันทีครับ
รายจ่ายต้องห้ามคืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับบริษัทของคุณ?
รายจ่ายต้องห้ามคือค่าใช้จ่ายที่บันทึกในบัญชีแล้ว แต่ห้ามนำไปหักออกจากรายได้เมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) กฎหมายบัญชีและกฎหมายภาษีใช้หลักการต่างกัน จึงเกิด"ส่วนต่าง"ที่ต้องบวกกลับก่อนยื่นภาษีครับ
ปัญหาคือ รายจ่ายเหล่านี้มักดูเหมือนค่าใช้จ่ายธุรกิจปกติ เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าเลี้ยงลูกค้า หรือเงินบริจาค แต่ละรายการมีเงื่อนไขทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ความสำคัญอยู่ที่โทษครับ: ถ้าสรรพากรตรวจพบว่าบริษัทนำรายจ่ายต้องห้ามมาหักก่อนคำนวณภาษี จะต้องบวกรายการนั้นกลับเข้ากำไรสุทธิ คำนวณภาษีใหม่ และชำระเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนบวกเบี้ยปรับ 1–2 เท่าของภาษีที่ขาดทันทีครับ
มาตรา 65 ทวิ vs มาตรา 65 ตรี ต่างกันอย่างไร?
มาตรา 65 ทวิ กำหนดเงื่อนไขสำหรับรายจ่ายที่หักได้ ส่วนมาตรา 65 ตรี คือข้อห้ามเด็ดขาด — รายจ่าย 20 รายการที่ห้ามหักไม่ว่ากรณีใดครับ
ก่อนเข้าสู่ 10 รายการ ต้องทำความเข้าใจความแตกต่างนี้ก่อนครับ เพราะนักบัญชีและเจ้าของธุรกิจมักสับสน
มาตรา 65 ทวิ กำหนดเงื่อนไขในการหักรายจ่าย เช่น การตีราคาทรัพย์สิน การตัดค่าเสื่อมราคา และเกณฑ์การรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ รายการในมาตรา 65 ทวิ หักได้ ถ้าปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
มาตรา 65 ตรี คือข้อห้ามเด็ดขาด ประมวลรัษฎากรระบุไว้ 20 รายการ (พร้อม 6 ทวิ) ที่ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใด แม้จะจ่ายจริงและมีเอกสารครบก็ตาม
| หัวข้อ | มาตรา 65 ทวิ | มาตรา 65 ตรี |
|---|---|---|
| ลักษณะ | เงื่อนไขการหักรายจ่าย | ข้อห้ามเด็ดขาด |
| หักได้ไหม? | ได้ ถ้าทำตามเงื่อนไข | ห้ามหักเลย |
| ตัวอย่าง | ค่าเสื่อมราคา, หนี้สงสัยจะสูญ | ค่าปรับ, เงินสำรองต้องห้าม |
| ความยืดหยุ่น | มี (ตามประกาศอธิบดี) | ไม่มี |
หากคุณสนใจเรื่องการคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์สิทธิ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเกณฑ์สิทธิ vs จุดเก็บภาษี สำหรับ ภ.ง.ด.50 กับ ภ.พ.30ครับ
10 รายจ่ายต้องห้าม ภาษีนิติบุคคล ที่บริษัทมักพลาดมีอะไรบ้าง?
10 รายการที่บริษัท SME พลาดบ่อยที่สุดครอบคลุมตั้งแต่รายจ่ายส่วนตัวที่บันทึกผ่านบริษัท ค่ารับรองเกินเพดาน เงินเดือนผู้ถือหุ้นที่สูงเกินสมควร ไปจนถึงรายจ่ายที่ไม่มีผู้รับยืนยันได้ ต่อไปนี้คือรายละเอียดพร้อมวิธีป้องกันของแต่ละรายการครับ
ต่อไปนี้คือ 10 รายการจากมาตรา 65 ตรี ที่ SME และร้านค้าออนไลน์พลาดบ่อยที่สุด เรียงตามความเสี่ยงและความถี่ที่พบในการตรวจสอบครับ
รายการที่ 1: รายจ่ายส่วนตัวของผู้บริหาร — มาตรา 65 ตรี (3)
ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร รายจ่ายส่วนตัว และ รายจ่ายที่ให้โดยไม่มีผลตอบแทน ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายครับ
ที่พบบ่อยในบริษัท SME: ค่าประกันรถยนต์ส่วนตัวของกรรมการที่บิลออกในชื่อบริษัท, ค่าไฟฟ้าบ้านพักที่โอนผ่านบัญชีบริษัท, ค่าเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัวที่บันทึกเป็นค่าเดินทางธุรกิจ
⚠️ วิธีแก้ไข: แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวและธุรกิจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเท่านั้นถึงหักได้ครับ
รายการที่ 2: เงินบริจาคให้องค์กรที่ไม่อยู่ในบัญชีสรรพากร — มาตรา 65 ตรี (3)
มาตรา 65 ตรี (3) อนุญาตให้หักเงินบริจาค ได้แก่ สาธารณกุศล ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ และเพื่อการศึกษา/กีฬาไม่เกิน 2% เช่นกัน (สิทธิหลังนี้เพิ่งเพิ่มขึ้นมาโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 51 พ.ศ. 2562 มีผลตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2562) แต่มีเงื่อนไขสำคัญครับ
เงื่อนไขคือ: องค์กรที่รับบริจาคต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดเท่านั้น วัด มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศลทั่วไปที่ไม่ได้รับการรับรองจากสรรพากร — บริจาคแล้วหักภาษีบริษัทไม่ได้ครับ
⚠️ วิธีแก้ไข: ก่อนบริจาค ตรวจสอบรายชื่อองค์กรที่ได้รับการอนุมัติจาก rd.go.th ก่อนเสมอครับ
รายการที่ 3: ค่ารับรองที่เกินเพดานหรือขาดเอกสาร — มาตรา 65 ตรี (4)
ค่ารับรองลูกค้า (ค่าอาหาร ค่าของขวัญ ค่าพาเที่ยว) หักได้ แต่ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 และ ฉบับที่ 222 ต้องไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนจดทะเบียนชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) และมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท
เงื่อนไขเพิ่มเติม 2 ข้อที่มักพลาด:
- ต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ
- ต้องมีใบเสร็จรับเงินและระบุผู้รับทุกครั้ง
⚠️ วิธีแก้ไข: ทำ "ใบอนุมัติค่ารับรอง" ง่ายๆ ระบุวันที่ วัตถุประสงค์ ชื่อลูกค้า ลงนามกรรมการ แนบกับใบเสร็จทุกครั้งครับ
รายการที่ 4: รายจ่ายลงทุน/ต่อเติมที่บันทึกเป็น "ค่าซ่อมแซม" — มาตรา 65 ตรี (5)
ตามมาตรา 65 ตรี (5) รายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทันที ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์และตัดค่าเสื่อมราคาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
กฎการแยกแยะ: ถ้าการจ่ายเงินนั้น "ขยายอายุการใช้งาน หรือ เพิ่มคุณภาพของสินทรัพย์" = ลงทุน (ห้ามหักทันที) แต่ถ้าเป็นการ "ซ่อมให้กลับสู่สภาพเดิม" = ค่าซ่อม (หักได้ทันที)
ตัวอย่างที่พบบ่อย: ต่อเติมโกดังเพิ่มพื้นที่ (ลงทุน) แต่บันทึกเป็น "ค่าซ่อมแซมโกดัง" เพื่อหักภาษีทันทีครับ
⚠️ วิธีแก้ไข: ประเมินทุกครั้งว่า "งานนี้เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์หรือแค่ซ่อมให้ใช้งานได้" ถ้าเพิ่มมูลค่า = ต้องลงทะเบียนสินทรัพย์ครับ
รายการที่ 5: เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญาตามกฎหมาย — มาตรา 65 ตรี (6)
ตามมาตรา 65 ตรี (6) เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ค่าปรับทางอาญา รวมถึงภาษีเงินได้นิติบุคคลเองห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
หมายความว่า: ถ้าบริษัทถูกปรับจากสรรพากร แล้วนำค่าปรับนั้นมาบันทึกเป็น "ค่าใช้จ่าย" เพื่อลดกำไร — ทำไม่ได้ครับ ซ้ำยิ่งทำให้เกิดรายจ่ายต้องห้ามซ้อนรายจ่ายต้องห้ามอีกด้วย
💡 หมายเหตุสำคัญ: ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ที่จ่ายไปแล้วก็ห้ามนำมาหักซ้ำด้วยเช่นกันครับ
รายการที่ 6: เงินเดือนผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนที่สูงเกินสมควร — มาตรา 65 ตรี (8)
ตามมาตรา 65 ตรี (8) เงินเดือนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่สูงเกินกว่าที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับตลาดและปริมาณงาน — เฉพาะส่วนที่เกินนั้นห้ามหักเป็นค่าใช้จ่าย
สรรพากรจะเปรียบเทียบกับ "ค่าจ้างตลาด" ของตำแหน่งเดียวกันในธุรกิจประเภทเดียวกัน ถ้าบริษัทมีรายได้ 2 ล้านบาทต่อปี แต่จ่ายเงินเดือนผู้ถือหุ้น 300,000 บาทต่อเดือน อาจถูกตั้งคำถามได้ครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: มาตรานี้ระบุถึง "ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน" ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง แต่ใน SME ไทยส่วนใหญ่ผู้ถือหุ้นและกรรมการมักเป็นคนเดียวกัน
รายการที่ 7: รายจ่ายที่ตั้งไว้แต่ยังไม่ได้จ่ายจริง — มาตรา 65 ตรี (9)
ตามมาตรา 65 ตรี (9) รายจ่ายที่ตั้งค้างไว้โดยไม่ได้จ่ายจริง หรือ รายจ่ายที่ควรลงในรอบบัญชีอื่นแต่ลงผิดงวด ห้ามนำมาหักครับ
ตัวอย่างที่พบบ่อย: บันทึก "ค้างจ่ายโบนัส" สิ้นปีจำนวน 200,000 บาทเพื่อลดกำไร แต่ปีถัดไปไม่ได้จ่ายจริงและไม่ได้ยกเลิกรายการ — รายการนี้จะถูกตีเป็นรายจ่ายต้องห้ามครับ
สำหรับร้านค้าออนไลน์บน Shopee หรือ TikTok Shop: ระวังการตั้งค้างจ่ายค่า GP หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่ยังไม่ถูกหักจากยอดโอนจริงในงวดนั้น ต้องบันทึกเมื่อมีการตัดจริงจากยอดโอนเท่านั้นครับ
💡 วิธีแก้ไข: ถ้าตั้งค้างจ่ายแล้วต้องจ่ายจริงในรอบบัญชีถัดไป ถ้าไม่ได้จ่ายต้องยกเลิกรายการกลับทันทีครับ
รายการที่ 8: รายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อกิจการ — มาตรา 65 ตรี (13)
ตามมาตรา 65 ตรี (13) รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหรือไม่ได้ใช้เพื่อหารายได้โดยตรง ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย
รายการที่พบบ่อยในบริษัทขนาดเล็ก: ค่าเงินกู้รถยนต์ส่วนตัวของเจ้าของ, ค่าเล่าเรียนบุตร, ค่าเดินทางท่องเที่ยวครอบครัวที่บันทึกว่าเป็น "ดูงาน", ค่าน้ำค่าไฟบ้านพักอาศัย
สำหรับเจ้าของร้านค้าออนไลน์บน Shopee หรือ Lazada: การสั่งซื้อสินค้าส่วนตัวผ่านบัญชีธุรกิจแล้วบันทึกรวมเป็น "ต้นทุนสินค้า" — ส่วนที่ไม่ได้นำไปขายต่อถือเป็นรายจ่ายส่วนตัว ห้ามหักครับ
⚠️ การแยกแยะ: ถามตัวเองว่า "ถ้าไม่มีบริษัท ค่าใช้จ่ายนี้ยังต้องจ่ายอยู่ไหม?" ถ้าใช่ — ส่วนใหญ่คือส่วนตัว ห้ามบันทึกผ่านบริษัทครับ
รายการที่ 9: จ่ายเงินให้ผู้รับที่พิสูจน์ไม่ได้ — มาตรา 65 ตรี (18)
ตามมาตรา 65 ตรี (18) รายจ่ายที่ไม่สามารถระบุตัวผู้รับได้ ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย เช่น การจ่ายเงินสดให้ซัพพลายเออร์รายย่อยโดยไม่มีใบเสร็จ ไม่รู้ชื่อ ที่อยู่ หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับ
เงื่อนไขเอกสารขั้นต่ำที่ต้องมี: ชื่อผู้รับ, ที่อยู่, เลขบัตรประชาชนหรือเลขผู้เสียภาษี, วันที่, จำนวนเงิน, ลายเซ็นผู้รับ
ตัวอย่างในร้านค้าออนไลน์: ค่าจ้างไรเดอร์ส่งสินค้าหรือค่าแพ็กกิ้งที่จ่ายเงินสดให้รายวันโดยไม่มีใบรับเงิน — ค่าใช้จ่ายเหล่านี้หักภาษีไม่ได้ แก้ด้วยการทำใบรับเงินอย่างง่ายทุกครั้งครับ
💡 วิธีแก้ไข: ไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเสมอไป แค่ "ใบรับเงิน" ธรรมดาที่ระบุข้อมูลครบก็เพียงพอครับ
รายการที่ 10: เงินสำรองที่กฎหมายไม่อนุญาต — มาตรา 65 ตรี (1)
ตามมาตรา 65 ตรี (1) การตั้งเงินสำรองส่วนใหญ่ห้ามหักเป็นค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณีที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น เช่น สำรองของบริษัทประกันชีวิต, สำรองหนี้สูญตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186, และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับอนุมัติ
ที่พบบ่อย: บริษัทตั้ง "สำรองค่าประกันสินค้า" หรือ "สำรองหนี้สงสัยจะสูญ" เกินกว่าเงื่อนไขที่กฎกระทรวงกำหนด — ส่วนที่เกินถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามครับ
ตารางสรุป: 10 รายจ่ายต้องห้ามและวิธีจัดการ
| # | มาตรา 65 ตรี | รายจ่ายต้องห้าม | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|---|
| 1 | (3) | รายจ่ายส่วนตัว | แยกบัญชีส่วนตัว/ธุรกิจชัดเจน |
| 2 | (3) | บริจาคให้องค์กรนอกรายชื่อสรรพากร | ตรวจรายชื่อ rd.go.th ก่อนบริจาค |
| 3 | (4) | ค่ารับรองเกิน 0.3% หรือขาดเอกสาร | ทำใบอนุมัติ + เก็บใบเสร็จทุกครั้ง |
| 4 | (5) | บันทึกรายจ่ายลงทุนเป็นค่าซ่อม | ประเมิน: เพิ่มมูลค่า = ลงทุน |
| 5 | (6) | เบี้ยปรับ/ค่าปรับ/ภาษีเงินได้ | ห้ามบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทุกกรณี |
| 6 | (8) | เงินเดือนผู้ถือหุ้นสูงเกินสมควร | เทียบเกณฑ์ตลาด + ทำสัญญาจ้างงาน |
| 7 | (9) | ตั้งค้างจ่ายแต่ไม่จ่ายจริง | ยกเลิกรายการถ้าไม่ได้จ่ายจริง |
| 8 | (13) | ค่าใช้จ่ายไม่เกี่ยวกับกิจการ | ทดสอบ: "ถ้าไม่มีบริษัท ยังต้องจ่ายไหม?" |
| 9 | (18) | จ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐานผู้รับ | เก็บใบรับเงิน + ชื่อ/เลข ID ผู้รับ |
| 10 | (1) | ตั้งเงินสำรองเกินที่กฎหมายอนุญาต | ปรึกษานักบัญชีก่อนตั้งทุกประเภท |
💡 หมายเหตุ: 10 รายการนี้คือรายการที่พบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ แต่มาตรา 65 ตรี มีรายการครบ 20 ข้อ พร้อมอีก 6 ทวิ รายการ หนึ่งในนั้นที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่จด VAT คือ มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ซึ่งห้ามนำภาษีซื้อที่ขอคืนได้มาหักซ้ำเป็นค่าใช้จ่าย หากธุรกิจของคุณจด VAT ควรตรวจสอบรายการทั้งหมดกับนักบัญชีครับ
เมื่อสรรพากรตรวจพบรายจ่ายต้องห้าม จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อสรรพากรตรวจสอบและพบรายจ่ายต้องห้าม กระบวนการคือ: บวกรายจ่ายนั้นกลับเข้ากำไรสุทธิ → คำนวณภาษีใหม่ → ประเมินภาษีเพิ่ม พร้อมโทษ 2 ส่วนครับ
เงินเพิ่ม (มาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร): 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ขาด นับตั้งแต่วันครบกำหนดยื่นแบบ (เศษเดือนนับเป็น 1 เดือน)
เบี้ยปรับ (มาตรา 22, 26 แห่งประมวลรัษฎากร): 1–2 เท่าของภาษีที่ขาดชำระ ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทประเมินเองหรือสรรพากรเป็นผู้ประเมิน
กรณีศึกษา: คุณต้น เจ้าของบริษัทนำเข้าสินค้า
คุณต้นมีรายได้ 3,000,000 บาทต่อปี และมีรายจ่ายต้องห้าม 2 รายการที่ไม่รู้ตัว:
- ค่าประกันรถยนต์ส่วนตัว 18,000 บาท บันทึกเป็นค่าประกันบริษัท (มาตรา 65 ตรี (3))
- ค่ารับรองลูกค้า 15,000 บาท แต่เพดาน 0.3% ของรายได้ = 9,000 บาท (ซึ่งกรณีนี้ใช้ฐานรายได้เนื่องจากสูงกว่าทุนจดทะเบียนชำระแล้ว) ส่วนเกิน 6,000 บาท (มาตรา 65 ตรี (4))
รายจ่ายต้องห้ามรวม: 24,000 บาท
| รายการ | ผลกระทบ |
|---|---|
| กำไรสุทธิทางภาษีที่เพิ่มขึ้น | +24,000 บาท |
| ภาษีเพิ่มเติม (อัตรา SME 15%) | 3,600 บาท |
| เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน × 24 เดือน | 1,296 บาท |
| เบี้ยปรับ 1 เท่า | 3,600 บาท |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องจ่ายเพิ่ม | 8,496 บาท |
เพื่อประหยัดภาษี 24,000 บาท คุณต้นกลับต้องจ่ายเพิ่มรวม 8,496 บาท ยังไม่รวมค่าที่ปรึกษาและเวลาที่เสียไปกับการตรวจสอบครับ
💡 ต้องการให้ทีม Orbit Advisory ตรวจสอบรายจ่ายของบริษัทคุณก่อนยื่น ภ.ง.ด.50? นัดปรึกษาฟรีได้ที่นี่ครับ
หากต้องการวางแผนการนำเงินออกจากบริษัทให้ถูกกฎหมายและประหยัดภาษีที่สุด อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัท 5 วิธีที่ถูกกฎหมายครับ
จะป้องกันรายจ่ายต้องห้ามก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ได้อย่างไร?
การป้องกันทำได้ผ่านการ "Self-Audit" ปีละ 1 ครั้งก่อนปิดงบและยื่นแบบครับ ตรวจสอบ 5 ข้อนี้
✅ Checklist ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50:
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว — สแกนทุกรายการที่กรรมการ/ผู้ถือหุ้นเบิก: มีความเกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรงไหม?
- ค่ารับรอง — รวมยอดทั้งปีแล้วเกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนไหม? มีใบอนุมัติและใบเสร็จครบไหม?
- เงินบริจาค — องค์กรที่รับบริจาคอยู่ในรายชื่อ rd.go.th ไหม? ยอดรวมไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิไหม?
- รายจ่ายลงทุน — มีการซ่อมแซมหรือต่อเติมใดที่ "เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์" แต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไหม?
- รายจ่ายค้างจ่าย — มีรายการที่ตั้งค้างปีก่อนแล้วยังไม่ได้จ่ายจริงไหม? ต้องยกเลิกทันที
- กำหนดยื่น — บริษัทที่รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน (ประมาณปลายเดือนพฤษภาคม) ทำ Self-Audit อย่างน้อย 30 วันก่อนครบกำหนดครับ
⚠️ พบรายจ่ายต้องห้ามในงบที่ยื่นไปแล้ว ต้องทำอย่างไร? หากตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่ามีรายจ่ายต้องห้ามในแบบที่ยื่นไปแล้ว ให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม (Amend Filing) โดยสมัครใจก่อนที่สรรพากรจะออกหมายเรียก การยื่นเองมีสิทธิ์ขอลดหรืองดเบี้ยปรับตามมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร หากรอให้สรรพากรตรวจพบเอง เบี้ยปรับจะเต็ม 1–2 เท่าทันทีครับ
นักบัญชีที่ดีจะทำ Checklist นี้ให้คุณก่อนปิดงบทุกปีครับ ถ้าสำนักงานบัญชีของคุณไม่มีขั้นตอนนี้ อาจถึงเวลาทบทวนความเหมาะสมแล้ว — อ่านเพิ่มเติมเรื่องสัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนสำนักงานบัญชีได้ที่นี่ครับ
สรุป: บริษัทของคุณควรทำอย่างไร?
| ถ้าคุณเป็นแบบนี้... | สิ่งที่ควรทำทันที |
|---|---|
| เพิ่งจดบริษัทใหม่ | กำหนด Policy รายจ่ายตั้งแต่ต้น แยกบัญชีส่วนตัวชัดเจน |
| บริษัทดำเนินการมาหลายปี | ขอให้นักบัญชีทำ Self-Audit ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ปีนี้ |
| เคยถูกสรรพากรตรวจ | ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที อย่ารอให้ถูกเรียกประเมินอีกครั้ง |
| ไม่แน่ใจว่ารายจ่ายใดหักได้ | ถามนักบัญชีก่อนบันทึกทุกครั้ง — ปรึกษา Orbit Advisory ฟรีครับ |
รายจ่ายต้องห้ามเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเพราะแต่ละรายการมีเงื่อนไขต่างกัน และสรรพากรตีความตามบริบทของแต่ละกิจการด้วย หากต้องการตรวจสอบรายจ่ายของบริษัทคุณก่อนปิดงบ ปรึกษาทีม Orbit Advisory ได้เลยครับ เรามีบริการตรวจสอบและวางแผนภาษีนิติบุคคลสำหรับ SME โดยเฉพาะ
สำหรับเจ้าของกิจการที่มีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรา 65 ตรี (8) โดยตรง สามารถอ่านเพิ่มเติมที่บทความจ่ายเงินปันผล เช็คลิสต์ 5 ขั้นตอนที่ถูกต้องครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ถ้าบันทึกรายจ่ายต้องห้ามไปแล้ว ต้องแก้ไขอย่างไร? A: แนวทางคือยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม (Amend Filing) เพื่อบวกรายจ่ายต้องห้ามกลับเข้ากำไรสุทธิ แล้วชำระภาษีเพิ่มพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร หากยื่นเองก่อนสรรพากรออกหมายเรียก อาจขอลดหรืองดเบี้ยปรับได้ ทั้งนี้ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อประเมินสถานการณ์เฉพาะครับ
Q2: ค่ารับรองลูกค้าต้องมีเอกสารอะไรบ้างถึงจะหักภาษีได้? A: ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 และ 222 ต้องมีเอกสาร 3 รายการ: (1) ใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อผู้รับและรายการค่าใช้จ่าย (2) หลักฐานการอนุมัติจากกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ และ (3) บันทึกชื่อลูกค้าและวัตถุประสงค์การรับรอง ขาดเอกสารข้อใดข้อหนึ่ง — ค่ารับรองนั้นถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามทั้งจำนวนครับ
Q3: เงินบริจาคให้วัดหรือมูลนิธิ นำมาหักภาษีบริษัทได้ไหม? A: ได้เฉพาะกรณีที่องค์กรนั้นอยู่ในรายชื่อที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดเท่านั้น ตามมาตรา 65 ตรี (3) และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 51 พ.ศ. 2562 วัดหรือมูลนิธิที่ไม่ได้รับการรับรองจากสรรพากร แม้จะเป็นองค์กรการกุศลจริง บริษัทก็ไม่สามารถนำเงินบริจาคนั้นมาหักได้ครับ ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ rd.go.th
Q4: สรรพากรคำนวณโทษจากรายจ่ายต้องห้ามอย่างไร? A: โทษมี 2 ส่วน: (1) เงินเพิ่มตามมาตรา 27 = 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ขาด นับจากวันครบกำหนดยื่น (2) เบี้ยปรับตามมาตรา 22, 26 = 1–2 เท่าของภาษีที่ขาด ขึ้นกับว่าประเมินเองหรือสรรพากรประเมิน เช่น ภาษีขาด 10,000 บาท นาน 2 ปี = เงินเพิ่ม 3,600 + เบี้ยปรับ 10,000–20,000 บาท รวมทั้งสิ้นอาจสูงกว่าภาษีเดิมหลายเท่าครับ
Q5: มาตรา 65 ตรี กับมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ต่างกันอย่างไร? A: มาตรา 65 ทวิ กำหนดเงื่อนไขและวิธีการในการคำนวณรายจ่ายบางประเภท เช่น อัตราค่าเสื่อมราคา และการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ รายจ่ายใน 65 ทวิ หักได้ ถ้าทำตามเงื่อนไข ส่วนมาตรา 65 ตรี คือข้อห้ามเด็ดขาด ไม่อนุญาตให้หักรายจ่ายในรายการที่ระบุไว้ 20 ข้อ ไม่ว่าจะจ่ายจริงหรือมีเอกสารครบก็ตามครับ
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
เลื่อนเพื่อดูเพิ่มเติม →
พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ติดต่อเราผ่านช่องทางที่คุณสะดวก


