เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ

    เราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ การคลิก 'ยอมรับทั้งหมด' หมายถึงคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการวิเคราะห์

    แนะนำภาษี

    รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี 10 รายการที่บริษัทมักพลาด (มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร)

    ทีมออร์บิท แอดไวเซอรี่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและบัญชีรับอนุญาต
    อ่าน 12 นาที
    รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี 10 รายการที่บริษัทมักพลาด (มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร)

    เนื้อหาบทความ

    รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี 10 รายการที่บริษัทมักพลาด (มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร)

    รายจ่ายต้องห้ามทางภาษีนิติบุคคล ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดไว้ทั้งหมด 20 รายการ — บทความนี้รวบรวม 10 รายการที่ SME มักพลาดมากที่สุด ไม่ว่าจะจ่ายจริงหรือมีเอกสารครบก็ตาม รายการที่พบบ่อย ได้แก่ รายจ่ายส่วนตัว ค่ารับรองเกินเพดาน 0.3% และรายจ่ายที่ระบุผู้รับไม่ได้ หากสรรพากรตรวจพบ ต้องชำระภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ 1–2 เท่าและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ตามมาตรา 22, 26 และ 27 แห่งประมวลรัษฎากร

    คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางปีบริษัทยื่นภาษีครบถ้วน แต่ยังโดนสรรพากรเรียกตรวจและประเมินภาษีเพิ่ม? สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การหนีภาษี แต่เป็นรายจ่ายต้องห้ามที่บันทึกผิดประเภทโดยไม่รู้ตัว

    บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก 10 รายการจากมาตรา 65 ตรี ที่บริษัท SME และร้านค้าออนไลน์มักพลาดมากที่สุด พร้อมวิธีป้องกันที่ทำได้ทันทีครับ

    รายจ่ายต้องห้ามคืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับบริษัทของคุณ?

    รายจ่ายต้องห้ามคือค่าใช้จ่ายที่บันทึกในบัญชีแล้ว แต่ห้ามนำไปหักออกจากรายได้เมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) กฎหมายบัญชีและกฎหมายภาษีใช้หลักการต่างกัน จึงเกิด"ส่วนต่าง"ที่ต้องบวกกลับก่อนยื่นภาษีครับ

    ปัญหาคือ รายจ่ายเหล่านี้มักดูเหมือนค่าใช้จ่ายธุรกิจปกติ เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าเลี้ยงลูกค้า หรือเงินบริจาค แต่ละรายการมีเงื่อนไขทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

    ความสำคัญอยู่ที่โทษครับ: ถ้าสรรพากรตรวจพบว่าบริษัทนำรายจ่ายต้องห้ามมาหักก่อนคำนวณภาษี จะต้องบวกรายการนั้นกลับเข้ากำไรสุทธิ คำนวณภาษีใหม่ และชำระเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนบวกเบี้ยปรับ 1–2 เท่าของภาษีที่ขาดทันทีครับ

    มาตรา 65 ทวิ vs มาตรา 65 ตรี ต่างกันอย่างไร?

    มาตรา 65 ทวิ กำหนดเงื่อนไขสำหรับรายจ่ายที่หักได้ ส่วนมาตรา 65 ตรี คือข้อห้ามเด็ดขาด — รายจ่าย 20 รายการที่ห้ามหักไม่ว่ากรณีใดครับ

    ก่อนเข้าสู่ 10 รายการ ต้องทำความเข้าใจความแตกต่างนี้ก่อนครับ เพราะนักบัญชีและเจ้าของธุรกิจมักสับสน

    มาตรา 65 ทวิ กำหนดเงื่อนไขในการหักรายจ่าย เช่น การตีราคาทรัพย์สิน การตัดค่าเสื่อมราคา และเกณฑ์การรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ รายการในมาตรา 65 ทวิ หักได้ ถ้าปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

    มาตรา 65 ตรี คือข้อห้ามเด็ดขาด ประมวลรัษฎากรระบุไว้ 20 รายการ (พร้อม 6 ทวิ) ที่ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใด แม้จะจ่ายจริงและมีเอกสารครบก็ตาม

    หัวข้อมาตรา 65 ทวิมาตรา 65 ตรี
    ลักษณะเงื่อนไขการหักรายจ่ายข้อห้ามเด็ดขาด
    หักได้ไหม?ได้ ถ้าทำตามเงื่อนไขห้ามหักเลย
    ตัวอย่างค่าเสื่อมราคา, หนี้สงสัยจะสูญค่าปรับ, เงินสำรองต้องห้าม
    ความยืดหยุ่นมี (ตามประกาศอธิบดี)ไม่มี

    หากคุณสนใจเรื่องการคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์สิทธิ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเกณฑ์สิทธิ vs จุดเก็บภาษี สำหรับ ภ.ง.ด.50 กับ ภ.พ.30ครับ

    10 รายจ่ายต้องห้าม ภาษีนิติบุคคล ที่บริษัทมักพลาดมีอะไรบ้าง?

    10 รายการที่บริษัท SME พลาดบ่อยที่สุดครอบคลุมตั้งแต่รายจ่ายส่วนตัวที่บันทึกผ่านบริษัท ค่ารับรองเกินเพดาน เงินเดือนผู้ถือหุ้นที่สูงเกินสมควร ไปจนถึงรายจ่ายที่ไม่มีผู้รับยืนยันได้ ต่อไปนี้คือรายละเอียดพร้อมวิธีป้องกันของแต่ละรายการครับ

    ต่อไปนี้คือ 10 รายการจากมาตรา 65 ตรี ที่ SME และร้านค้าออนไลน์พลาดบ่อยที่สุด เรียงตามความเสี่ยงและความถี่ที่พบในการตรวจสอบครับ

    รายการที่ 1: รายจ่ายส่วนตัวของผู้บริหาร — มาตรา 65 ตรี (3)

    ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร รายจ่ายส่วนตัว และ รายจ่ายที่ให้โดยไม่มีผลตอบแทน ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายครับ

    ที่พบบ่อยในบริษัท SME: ค่าประกันรถยนต์ส่วนตัวของกรรมการที่บิลออกในชื่อบริษัท, ค่าไฟฟ้าบ้านพักที่โอนผ่านบัญชีบริษัท, ค่าเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัวที่บันทึกเป็นค่าเดินทางธุรกิจ

    ⚠️ วิธีแก้ไข: แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวและธุรกิจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงเท่านั้นถึงหักได้ครับ

    รายการที่ 2: เงินบริจาคให้องค์กรที่ไม่อยู่ในบัญชีสรรพากร — มาตรา 65 ตรี (3)

    มาตรา 65 ตรี (3) อนุญาตให้หักเงินบริจาค ได้แก่ สาธารณกุศล ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ และเพื่อการศึกษา/กีฬาไม่เกิน 2% เช่นกัน (สิทธิหลังนี้เพิ่งเพิ่มขึ้นมาโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 51 พ.ศ. 2562 มีผลตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2562) แต่มีเงื่อนไขสำคัญครับ

    เงื่อนไขคือ: องค์กรที่รับบริจาคต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดเท่านั้น วัด มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศลทั่วไปที่ไม่ได้รับการรับรองจากสรรพากร — บริจาคแล้วหักภาษีบริษัทไม่ได้ครับ

    ⚠️ วิธีแก้ไข: ก่อนบริจาค ตรวจสอบรายชื่อองค์กรที่ได้รับการอนุมัติจาก rd.go.th ก่อนเสมอครับ

    รายการที่ 3: ค่ารับรองที่เกินเพดานหรือขาดเอกสาร — มาตรา 65 ตรี (4)

    ค่ารับรองลูกค้า (ค่าอาหาร ค่าของขวัญ ค่าพาเที่ยว) หักได้ แต่ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 และ ฉบับที่ 222 ต้องไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนจดทะเบียนชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) และมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท

    เงื่อนไขเพิ่มเติม 2 ข้อที่มักพลาด:

    • ต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ
    • ต้องมีใบเสร็จรับเงินและระบุผู้รับทุกครั้ง

    ⚠️ วิธีแก้ไข: ทำ "ใบอนุมัติค่ารับรอง" ง่ายๆ ระบุวันที่ วัตถุประสงค์ ชื่อลูกค้า ลงนามกรรมการ แนบกับใบเสร็จทุกครั้งครับ

    รายการที่ 4: รายจ่ายลงทุน/ต่อเติมที่บันทึกเป็น "ค่าซ่อมแซม" — มาตรา 65 ตรี (5)

    ตามมาตรา 65 ตรี (5) รายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทันที ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์และตัดค่าเสื่อมราคาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

    กฎการแยกแยะ: ถ้าการจ่ายเงินนั้น "ขยายอายุการใช้งาน หรือ เพิ่มคุณภาพของสินทรัพย์" = ลงทุน (ห้ามหักทันที) แต่ถ้าเป็นการ "ซ่อมให้กลับสู่สภาพเดิม" = ค่าซ่อม (หักได้ทันที)

    ตัวอย่างที่พบบ่อย: ต่อเติมโกดังเพิ่มพื้นที่ (ลงทุน) แต่บันทึกเป็น "ค่าซ่อมแซมโกดัง" เพื่อหักภาษีทันทีครับ

    ⚠️ วิธีแก้ไข: ประเมินทุกครั้งว่า "งานนี้เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์หรือแค่ซ่อมให้ใช้งานได้" ถ้าเพิ่มมูลค่า = ต้องลงทะเบียนสินทรัพย์ครับ

    รายการที่ 5: เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญาตามกฎหมาย — มาตรา 65 ตรี (6)

    ตามมาตรา 65 ตรี (6) เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ค่าปรับทางอาญา รวมถึงภาษีเงินได้นิติบุคคลเองห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

    หมายความว่า: ถ้าบริษัทถูกปรับจากสรรพากร แล้วนำค่าปรับนั้นมาบันทึกเป็น "ค่าใช้จ่าย" เพื่อลดกำไร — ทำไม่ได้ครับ ซ้ำยิ่งทำให้เกิดรายจ่ายต้องห้ามซ้อนรายจ่ายต้องห้ามอีกด้วย

    💡 หมายเหตุสำคัญ: ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ที่จ่ายไปแล้วก็ห้ามนำมาหักซ้ำด้วยเช่นกันครับ

    รายการที่ 6: เงินเดือนผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนที่สูงเกินสมควร — มาตรา 65 ตรี (8)

    ตามมาตรา 65 ตรี (8) เงินเดือนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่สูงเกินกว่าที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับตลาดและปริมาณงาน — เฉพาะส่วนที่เกินนั้นห้ามหักเป็นค่าใช้จ่าย

    สรรพากรจะเปรียบเทียบกับ "ค่าจ้างตลาด" ของตำแหน่งเดียวกันในธุรกิจประเภทเดียวกัน ถ้าบริษัทมีรายได้ 2 ล้านบาทต่อปี แต่จ่ายเงินเดือนผู้ถือหุ้น 300,000 บาทต่อเดือน อาจถูกตั้งคำถามได้ครับ

    ⚠️ ข้อควรระวัง: มาตรานี้ระบุถึง "ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน" ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง แต่ใน SME ไทยส่วนใหญ่ผู้ถือหุ้นและกรรมการมักเป็นคนเดียวกัน

    รายการที่ 7: รายจ่ายที่ตั้งไว้แต่ยังไม่ได้จ่ายจริง — มาตรา 65 ตรี (9)

    ตามมาตรา 65 ตรี (9) รายจ่ายที่ตั้งค้างไว้โดยไม่ได้จ่ายจริง หรือ รายจ่ายที่ควรลงในรอบบัญชีอื่นแต่ลงผิดงวด ห้ามนำมาหักครับ

    ตัวอย่างที่พบบ่อย: บันทึก "ค้างจ่ายโบนัส" สิ้นปีจำนวน 200,000 บาทเพื่อลดกำไร แต่ปีถัดไปไม่ได้จ่ายจริงและไม่ได้ยกเลิกรายการ — รายการนี้จะถูกตีเป็นรายจ่ายต้องห้ามครับ

    สำหรับร้านค้าออนไลน์บน Shopee หรือ TikTok Shop: ระวังการตั้งค้างจ่ายค่า GP หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่ยังไม่ถูกหักจากยอดโอนจริงในงวดนั้น ต้องบันทึกเมื่อมีการตัดจริงจากยอดโอนเท่านั้นครับ

    💡 วิธีแก้ไข: ถ้าตั้งค้างจ่ายแล้วต้องจ่ายจริงในรอบบัญชีถัดไป ถ้าไม่ได้จ่ายต้องยกเลิกรายการกลับทันทีครับ

    รายการที่ 8: รายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อกิจการ — มาตรา 65 ตรี (13)

    ตามมาตรา 65 ตรี (13) รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหรือไม่ได้ใช้เพื่อหารายได้โดยตรง ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย

    รายการที่พบบ่อยในบริษัทขนาดเล็ก: ค่าเงินกู้รถยนต์ส่วนตัวของเจ้าของ, ค่าเล่าเรียนบุตร, ค่าเดินทางท่องเที่ยวครอบครัวที่บันทึกว่าเป็น "ดูงาน", ค่าน้ำค่าไฟบ้านพักอาศัย

    สำหรับเจ้าของร้านค้าออนไลน์บน Shopee หรือ Lazada: การสั่งซื้อสินค้าส่วนตัวผ่านบัญชีธุรกิจแล้วบันทึกรวมเป็น "ต้นทุนสินค้า" — ส่วนที่ไม่ได้นำไปขายต่อถือเป็นรายจ่ายส่วนตัว ห้ามหักครับ

    ⚠️ การแยกแยะ: ถามตัวเองว่า "ถ้าไม่มีบริษัท ค่าใช้จ่ายนี้ยังต้องจ่ายอยู่ไหม?" ถ้าใช่ — ส่วนใหญ่คือส่วนตัว ห้ามบันทึกผ่านบริษัทครับ

    รายการที่ 9: จ่ายเงินให้ผู้รับที่พิสูจน์ไม่ได้ — มาตรา 65 ตรี (18)

    ตามมาตรา 65 ตรี (18) รายจ่ายที่ไม่สามารถระบุตัวผู้รับได้ ห้ามนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย เช่น การจ่ายเงินสดให้ซัพพลายเออร์รายย่อยโดยไม่มีใบเสร็จ ไม่รู้ชื่อ ที่อยู่ หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับ

    เงื่อนไขเอกสารขั้นต่ำที่ต้องมี: ชื่อผู้รับ, ที่อยู่, เลขบัตรประชาชนหรือเลขผู้เสียภาษี, วันที่, จำนวนเงิน, ลายเซ็นผู้รับ

    ตัวอย่างในร้านค้าออนไลน์: ค่าจ้างไรเดอร์ส่งสินค้าหรือค่าแพ็กกิ้งที่จ่ายเงินสดให้รายวันโดยไม่มีใบรับเงิน — ค่าใช้จ่ายเหล่านี้หักภาษีไม่ได้ แก้ด้วยการทำใบรับเงินอย่างง่ายทุกครั้งครับ

    💡 วิธีแก้ไข: ไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเสมอไป แค่ "ใบรับเงิน" ธรรมดาที่ระบุข้อมูลครบก็เพียงพอครับ

    รายการที่ 10: เงินสำรองที่กฎหมายไม่อนุญาต — มาตรา 65 ตรี (1)

    ตามมาตรา 65 ตรี (1) การตั้งเงินสำรองส่วนใหญ่ห้ามหักเป็นค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณีที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น เช่น สำรองของบริษัทประกันชีวิต, สำรองหนี้สูญตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186, และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับอนุมัติ

    ที่พบบ่อย: บริษัทตั้ง "สำรองค่าประกันสินค้า" หรือ "สำรองหนี้สงสัยจะสูญ" เกินกว่าเงื่อนไขที่กฎกระทรวงกำหนด — ส่วนที่เกินถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามครับ

    ตารางสรุป: 10 รายจ่ายต้องห้ามและวิธีจัดการ

    #มาตรา 65 ตรีรายจ่ายต้องห้ามวิธีป้องกัน
    1(3)รายจ่ายส่วนตัวแยกบัญชีส่วนตัว/ธุรกิจชัดเจน
    2(3)บริจาคให้องค์กรนอกรายชื่อสรรพากรตรวจรายชื่อ rd.go.th ก่อนบริจาค
    3(4)ค่ารับรองเกิน 0.3% หรือขาดเอกสารทำใบอนุมัติ + เก็บใบเสร็จทุกครั้ง
    4(5)บันทึกรายจ่ายลงทุนเป็นค่าซ่อมประเมิน: เพิ่มมูลค่า = ลงทุน
    5(6)เบี้ยปรับ/ค่าปรับ/ภาษีเงินได้ห้ามบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทุกกรณี
    6(8)เงินเดือนผู้ถือหุ้นสูงเกินสมควรเทียบเกณฑ์ตลาด + ทำสัญญาจ้างงาน
    7(9)ตั้งค้างจ่ายแต่ไม่จ่ายจริงยกเลิกรายการถ้าไม่ได้จ่ายจริง
    8(13)ค่าใช้จ่ายไม่เกี่ยวกับกิจการทดสอบ: "ถ้าไม่มีบริษัท ยังต้องจ่ายไหม?"
    9(18)จ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐานผู้รับเก็บใบรับเงิน + ชื่อ/เลข ID ผู้รับ
    10(1)ตั้งเงินสำรองเกินที่กฎหมายอนุญาตปรึกษานักบัญชีก่อนตั้งทุกประเภท

    💡 หมายเหตุ: 10 รายการนี้คือรายการที่พบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ แต่มาตรา 65 ตรี มีรายการครบ 20 ข้อ พร้อมอีก 6 ทวิ รายการ หนึ่งในนั้นที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่จด VAT คือ มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ซึ่งห้ามนำภาษีซื้อที่ขอคืนได้มาหักซ้ำเป็นค่าใช้จ่าย หากธุรกิจของคุณจด VAT ควรตรวจสอบรายการทั้งหมดกับนักบัญชีครับ

    เมื่อสรรพากรตรวจพบรายจ่ายต้องห้าม จะเกิดอะไรขึ้น?

    เมื่อสรรพากรตรวจสอบและพบรายจ่ายต้องห้าม กระบวนการคือ: บวกรายจ่ายนั้นกลับเข้ากำไรสุทธิ → คำนวณภาษีใหม่ → ประเมินภาษีเพิ่ม พร้อมโทษ 2 ส่วนครับ

    เงินเพิ่ม (มาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร): 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ขาด นับตั้งแต่วันครบกำหนดยื่นแบบ (เศษเดือนนับเป็น 1 เดือน)

    เบี้ยปรับ (มาตรา 22, 26 แห่งประมวลรัษฎากร): 1–2 เท่าของภาษีที่ขาดชำระ ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทประเมินเองหรือสรรพากรเป็นผู้ประเมิน

    กรณีศึกษา: คุณต้น เจ้าของบริษัทนำเข้าสินค้า

    คุณต้นมีรายได้ 3,000,000 บาทต่อปี และมีรายจ่ายต้องห้าม 2 รายการที่ไม่รู้ตัว:

    • ค่าประกันรถยนต์ส่วนตัว 18,000 บาท บันทึกเป็นค่าประกันบริษัท (มาตรา 65 ตรี (3))
    • ค่ารับรองลูกค้า 15,000 บาท แต่เพดาน 0.3% ของรายได้ = 9,000 บาท (ซึ่งกรณีนี้ใช้ฐานรายได้เนื่องจากสูงกว่าทุนจดทะเบียนชำระแล้ว) ส่วนเกิน 6,000 บาท (มาตรา 65 ตรี (4))

    รายจ่ายต้องห้ามรวม: 24,000 บาท

    รายการผลกระทบ
    กำไรสุทธิทางภาษีที่เพิ่มขึ้น+24,000 บาท
    ภาษีเพิ่มเติม (อัตรา SME 15%)3,600 บาท
    เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน × 24 เดือน1,296 บาท
    เบี้ยปรับ 1 เท่า3,600 บาท
    ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องจ่ายเพิ่ม8,496 บาท

    เพื่อประหยัดภาษี 24,000 บาท คุณต้นกลับต้องจ่ายเพิ่มรวม 8,496 บาท ยังไม่รวมค่าที่ปรึกษาและเวลาที่เสียไปกับการตรวจสอบครับ

    💡 ต้องการให้ทีม Orbit Advisory ตรวจสอบรายจ่ายของบริษัทคุณก่อนยื่น ภ.ง.ด.50? นัดปรึกษาฟรีได้ที่นี่ครับ

    หากต้องการวางแผนการนำเงินออกจากบริษัทให้ถูกกฎหมายและประหยัดภาษีที่สุด อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัท 5 วิธีที่ถูกกฎหมายครับ

    จะป้องกันรายจ่ายต้องห้ามก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ได้อย่างไร?

    การป้องกันทำได้ผ่านการ "Self-Audit" ปีละ 1 ครั้งก่อนปิดงบและยื่นแบบครับ ตรวจสอบ 5 ข้อนี้

    ✅ Checklist ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50:

    1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว — สแกนทุกรายการที่กรรมการ/ผู้ถือหุ้นเบิก: มีความเกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรงไหม?
    2. ค่ารับรอง — รวมยอดทั้งปีแล้วเกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนไหม? มีใบอนุมัติและใบเสร็จครบไหม?
    3. เงินบริจาค — องค์กรที่รับบริจาคอยู่ในรายชื่อ rd.go.th ไหม? ยอดรวมไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิไหม?
    4. รายจ่ายลงทุน — มีการซ่อมแซมหรือต่อเติมใดที่ "เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์" แต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไหม?
    5. รายจ่ายค้างจ่าย — มีรายการที่ตั้งค้างปีก่อนแล้วยังไม่ได้จ่ายจริงไหม? ต้องยกเลิกทันที
    6. กำหนดยื่น — บริษัทที่รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน (ประมาณปลายเดือนพฤษภาคม) ทำ Self-Audit อย่างน้อย 30 วันก่อนครบกำหนดครับ

    ⚠️ พบรายจ่ายต้องห้ามในงบที่ยื่นไปแล้ว ต้องทำอย่างไร? หากตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่ามีรายจ่ายต้องห้ามในแบบที่ยื่นไปแล้ว ให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม (Amend Filing) โดยสมัครใจก่อนที่สรรพากรจะออกหมายเรียก การยื่นเองมีสิทธิ์ขอลดหรืองดเบี้ยปรับตามมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร หากรอให้สรรพากรตรวจพบเอง เบี้ยปรับจะเต็ม 1–2 เท่าทันทีครับ

    นักบัญชีที่ดีจะทำ Checklist นี้ให้คุณก่อนปิดงบทุกปีครับ ถ้าสำนักงานบัญชีของคุณไม่มีขั้นตอนนี้ อาจถึงเวลาทบทวนความเหมาะสมแล้ว — อ่านเพิ่มเติมเรื่องสัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนสำนักงานบัญชีได้ที่นี่ครับ

    สรุป: บริษัทของคุณควรทำอย่างไร?

    ถ้าคุณเป็นแบบนี้...สิ่งที่ควรทำทันที
    เพิ่งจดบริษัทใหม่กำหนด Policy รายจ่ายตั้งแต่ต้น แยกบัญชีส่วนตัวชัดเจน
    บริษัทดำเนินการมาหลายปีขอให้นักบัญชีทำ Self-Audit ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ปีนี้
    เคยถูกสรรพากรตรวจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที อย่ารอให้ถูกเรียกประเมินอีกครั้ง
    ไม่แน่ใจว่ารายจ่ายใดหักได้ถามนักบัญชีก่อนบันทึกทุกครั้ง — ปรึกษา Orbit Advisory ฟรีครับ

    รายจ่ายต้องห้ามเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเพราะแต่ละรายการมีเงื่อนไขต่างกัน และสรรพากรตีความตามบริบทของแต่ละกิจการด้วย หากต้องการตรวจสอบรายจ่ายของบริษัทคุณก่อนปิดงบ ปรึกษาทีม Orbit Advisory ได้เลยครับ เรามีบริการตรวจสอบและวางแผนภาษีนิติบุคคลสำหรับ SME โดยเฉพาะ

    สำหรับเจ้าของกิจการที่มีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรา 65 ตรี (8) โดยตรง สามารถอ่านเพิ่มเติมที่บทความจ่ายเงินปันผล เช็คลิสต์ 5 ขั้นตอนที่ถูกต้องครับ

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    Q1: ถ้าบันทึกรายจ่ายต้องห้ามไปแล้ว ต้องแก้ไขอย่างไร? A: แนวทางคือยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม (Amend Filing) เพื่อบวกรายจ่ายต้องห้ามกลับเข้ากำไรสุทธิ แล้วชำระภาษีเพิ่มพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร หากยื่นเองก่อนสรรพากรออกหมายเรียก อาจขอลดหรืองดเบี้ยปรับได้ ทั้งนี้ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อประเมินสถานการณ์เฉพาะครับ

    Q2: ค่ารับรองลูกค้าต้องมีเอกสารอะไรบ้างถึงจะหักภาษีได้? A: ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 และ 222 ต้องมีเอกสาร 3 รายการ: (1) ใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อผู้รับและรายการค่าใช้จ่าย (2) หลักฐานการอนุมัติจากกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ และ (3) บันทึกชื่อลูกค้าและวัตถุประสงค์การรับรอง ขาดเอกสารข้อใดข้อหนึ่ง — ค่ารับรองนั้นถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามทั้งจำนวนครับ

    Q3: เงินบริจาคให้วัดหรือมูลนิธิ นำมาหักภาษีบริษัทได้ไหม? A: ได้เฉพาะกรณีที่องค์กรนั้นอยู่ในรายชื่อที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดเท่านั้น ตามมาตรา 65 ตรี (3) และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 51 พ.ศ. 2562 วัดหรือมูลนิธิที่ไม่ได้รับการรับรองจากสรรพากร แม้จะเป็นองค์กรการกุศลจริง บริษัทก็ไม่สามารถนำเงินบริจาคนั้นมาหักได้ครับ ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ rd.go.th

    Q4: สรรพากรคำนวณโทษจากรายจ่ายต้องห้ามอย่างไร? A: โทษมี 2 ส่วน: (1) เงินเพิ่มตามมาตรา 27 = 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ขาด นับจากวันครบกำหนดยื่น (2) เบี้ยปรับตามมาตรา 22, 26 = 1–2 เท่าของภาษีที่ขาด ขึ้นกับว่าประเมินเองหรือสรรพากรประเมิน เช่น ภาษีขาด 10,000 บาท นาน 2 ปี = เงินเพิ่ม 3,600 + เบี้ยปรับ 10,000–20,000 บาท รวมทั้งสิ้นอาจสูงกว่าภาษีเดิมหลายเท่าครับ

    Q5: มาตรา 65 ตรี กับมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ต่างกันอย่างไร? A: มาตรา 65 ทวิ กำหนดเงื่อนไขและวิธีการในการคำนวณรายจ่ายบางประเภท เช่น อัตราค่าเสื่อมราคา และการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ รายจ่ายใน 65 ทวิ หักได้ ถ้าทำตามเงื่อนไข ส่วนมาตรา 65 ตรี คือข้อห้ามเด็ดขาด ไม่อนุญาตให้หักรายจ่ายในรายการที่ระบุไว้ 20 ข้อ ไม่ว่าจะจ่ายจริงหรือมีเอกสารครบก็ตามครับ

    📚 บทความที่เกี่ยวข้อง

    จ่ายเงินปันผล: เช็คลิสต์ 5 ขั้นตอนที่ถูกต้องสำหรับบริษัท ลดความเสี่ยงภาษีและกฎหมาย
    แนะนำภาษี

    จ่ายเงินปันผล: เช็คลิสต์ 5 ขั้นตอนที่ถูกต้องสำหรับบริษัท ลดความเสี่ยงภาษีและกฎหมาย

    เช็คลิสต์ 5 ขั้นตอนสำหรับบริษัทไทยที่จ่ายเงินปันผล ครอบคลุมกองทุนสำรองตามกฎหมาย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย การประชุมผู้ถือหุ้น และการยื่นแบบ

    อ่าน 10 นาที
    27 ธ.ค. 2568
    เจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัทอย่างไร? เปิด 5 วิธีที่ถูกกฎหมายและประหยัดภาษีที่สุด
    แนะนำภาษี

    เจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัทอย่างไร? เปิด 5 วิธีที่ถูกกฎหมายและประหยัดภาษีที่สุด

    5 วิธีถูกกฎหมายที่เจ้าของกิจการไทยใช้ดึงเงินออกจากบริษัท พร้อมอัตราภาษีและข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละวิธี

    อ่าน 15 นาที
    25 ธ.ค. 2568
    ภ.ง.ด.50 vs ภ.พ.30: ความแตกต่างระหว่างเกณฑ์สิทธิและจุดเก็บภาษี - คู่มือเร่งด่วนสำหรับเจ้าของธุรกิจไทย
    แนะนำภาษี

    ภ.ง.ด.50 vs ภ.พ.30: ความแตกต่างระหว่างเกณฑ์สิทธิและจุดเก็บภาษี - คู่มือเร่งด่วนสำหรับเจ้าของธุรกิจไทย

    ภาษีนิติบุคคลใช้เกณฑ์สิทธิ VAT ใช้จุดเก็บภาษี หากสับสนจะยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.พ.30 ผิด คู่มือนี้อธิบายความแตกต่างและวิธีนำไปใช้จริง

    อ่าน 18 นาที
    22 ธ.ค. 2568

    เลื่อนเพื่อดูเพิ่มเติม →

    พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?

    ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ติดต่อเราผ่านช่องทางที่คุณสะดวก