Internal Audit vs ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA): ต่างกันอย่างไร และธุรกิจขนาดไหนต้องมีตามกฎหมาย?

เนื้อหาบทความ
Internal Audit vs ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA): ต่างกันอย่างไร และธุรกิจขนาดไหนต้องมีตามกฎหมาย?
Internal Audit คือการตรวจสอบระบบควบคุมภายในองค์กรที่ดำเนินการโดยทีมงานหรือบริษัทภายนอกที่รับจ้าง ส่วน CPA คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีที่มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองงบการเงิน บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องมี CPA ตามมาตรา 1197 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วน Internal Audit บังคับเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้นครับ
เจ้าของบริษัทหลายท่านสับสนว่า "Internal Audit" กับ "ผู้สอบบัญชี CPA" คือสิ่งเดียวกันหรือไม่ และบริษัทของตัวเองต้องมีทั้งสองอย่างหรือเพียงอย่างเดียว ความเข้าใจผิดนี้อาจทำให้เสียค่าปรับสูงถึง 50,000 บาทโดยไม่รู้ตัวได้ครับ
บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างอย่างชัดเจน พร้อมบอกว่าธุรกิจประเภทไหนต้องมีอะไรบ้างตามกฎหมายไทยครับ
การตรวจสอบภายใน (Internal Audit) คืออะไร และใครต้องมีตามกฎหมาย?
การตรวจสอบภายใน คือกระบวนการประเมินระบบควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลองค์กร ดำเนินการโดยบุคลากรภายในหรือบริษัทภายนอกที่รับจ้างครับ
Internal Audit ไม่ใช่การ "รับรองงบการเงิน" แต่เป็นการตรวจสอบว่าระบบงานขององค์กรเป็นไปตามนโยบายและมีประสิทธิภาพหรือไม่ครับ
สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้ต้องมี Internal Audit ครับ การตั้งฝ่ายตรวจสอบภายในหรือจ้างบริษัท Internal Audit เป็นการตัดสินใจเองของฝ่ายบริหาร
ธุรกิจที่กฎหมายบังคับให้มี Internal Audit ได้แก่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) และระบบตรวจสอบภายในที่เป็นอิสระครับ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คืออะไร?
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA (Certified Public Accountant) คือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและ "รับรอง" ว่างบการเงินนั้นแสดงฐานะการเงินที่แท้จริงของบริษัทครับ CPA ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบจากภายนอก มีความเป็นอิสระจากบริษัทที่ตรวจสอบอย่างสมบูรณ์
ผู้จะได้รับใบอนุญาต CPA ต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ผ่านการสอบของสภาวิชาชีพบัญชีครบทุกวิชา และมีประสบการณ์การทำงานด้านการสอบบัญชีอย่างน้อย 3 ปีครับ
CPA มีสิทธิ์ตรวจสอบและรับรองบัญชีของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกขนาด ทุกประเภท โดยไม่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือสินทรัพย์ครับ สามารถตรวจสอบรายชื่อ CPA ที่ได้รับอนุญาตได้ที่เว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชี tfac.or.th ครับ
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คืออะไร และต่างจาก CPA อย่างไร?
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ TA (Tax Auditor) คือผู้สอบบัญชีอีกประเภทหนึ่งที่หลายคนสับสนกับ CPA ครับ TA ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร มีอำนาจตรวจสอบได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กเท่านั้น และไม่มีอำนาจตรวจสอบบริษัทจำกัดได้ครับ
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสิทธิ์ใช้ TA ต้องผ่านเกณฑ์ขนาดทั้ง 3 ข้อพร้อมกัน ดังนี้
- ทุนจดทะเบียน ณ วันสิ้นรอบบัญชี ไม่เกิน 5,000,000 บาท
- สินทรัพย์รวม ไม่เกิน 30,000,000 บาท
- รายได้รวม ไม่เกิน 30,000,000 บาท
หากห้างหุ้นส่วนเกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ต้องเปลี่ยนมาใช้บริการ CPA แทนทันทีครับ
เปรียบเทียบ 3 ประเภท: Internal Audit, CPA และ TA ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ?
ผู้ตรวจสอบบัญชีทั้ง 3 ประเภทในไทย ได้แก่ Internal Audit, CPA และ TA มีขอบเขตอำนาจหน้าที่และกลุ่มธุรกิจที่รับผิดชอบแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ความสับสนระหว่างสามประเภทนี้พบบ่อยในหมู่ SME เพราะทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ "บัญชีและการตรวจสอบ" แต่มีสถานะทางกฎหมายต่างกันครับ
| หัวข้อ | Internal Audit | CPA | TA |
|---|---|---|---|
| ออกใบอนุญาตโดย | ไม่มีใบอนุญาตเฉพาะ | สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) | อธิบดีกรมสรรพากร |
| กฎหมายกำกับ | ก.ล.ต. (เฉพาะบริษัทจดทะเบียน) | พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 | คำสั่งกรมสรรพากร |
| ตรวจสอบได้ | ทุกประเภท (ไม่รับรองงบ) | บริษัทและห้างทุกขนาด | ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กเท่านั้น |
| บังคับตามกฎหมาย | เฉพาะบริษัทจดทะเบียน SET | ทุกบริษัทจำกัด | ห้างที่ผ่านเกณฑ์ขนาด 3 ข้อ |
| วัตถุประสงค์หลัก | ตรวจระบบควบคุมภายใน | รับรองความถูกต้องของงบการเงิน | รับรองบัญชีสำหรับยื่นภาษี |
| ความเป็นอิสระ | ไม่เสมอไป | บังคับต้องเป็นอิสระ | บังคับต้องเป็นอิสระ |
ธุรกิจแบบไหนต้องมี CPA ตามกฎหมาย?
บริษัทจำกัดทุกแห่งในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีรายได้มากน้อยเพียงใด ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีตามมาตรา 1197 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 วรรค 4 กำหนดให้นิติบุคคลที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินทุกรอบปีบัญชีครับ
ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับแม้กับบริษัทที่ยังไม่ได้เปิดดำเนินการหรือไม่มีรายได้เลยก็ตาม งบการเงิน "งบเปล่า" ก็ต้องผ่านการรับรองจาก CPA เหมือนกันครับ
นิติบุคคลที่ต้องใช้ CPA มีดังนี้ครับ
- บริษัทจำกัด (บจ.) ทุกขนาด ทุกประเภท
- บริษัทมหาชนจำกัด ที่มีข้อกำหนดเพิ่มเติมจาก ก.ล.ต.
- สาขาบริษัทต่างประเทศ ที่ประกอบธุรกิจในไทย
- ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดกลางถึงใหญ่ ที่เกินเกณฑ์ขนาด TA
ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กมีทางเลือกอย่างไร?
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ผ่านเกณฑ์ขนาดทั้ง 3 ข้อ สามารถเลือกใช้ TA แทน CPA ได้ครับ การใช้ TA มักมีค่าบริการที่ต่ำกว่า CPA เหมาะสำหรับห้างขนาดเล็กที่มีรายการบัญชีไม่ซับซ้อนครับ
หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่ากิจการประเภทใดบ้างที่ต้องจัดทำและตรวจสอบงบการเงิน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความเรื่องทำไมต้องตรวจสอบงบการเงินโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตครับ
กรณีตัวอย่าง: เมื่อห้างหุ้นส่วนเติบโต ถึงจุดไหนต้องเปลี่ยนมาใช้ CPA?
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เคยใช้ TA อยู่จะต้องเปลี่ยนมาใช้ CPA ทันทีที่ตัวเลขทางการเงินในปีบัญชีใดปีหนึ่งเกินเกณฑ์ขนาดแม้เพียงข้อเดียวครับ กรณีของคุณแพรเป็นตัวอย่างที่พบบ่อยในธุรกิจออนไลน์ที่เติบโตเร็วในช่วง 2-3 ปีหลังครับ
คุณแพรเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดที่จำหน่ายสินค้าออนไลน์บน Shopee, TikTok Shop และ Lazada โดยมีข้อมูลทางการเงิน 2 ปีดังนี้
| รายการ | ปี 2566 | ปี 2567 |
|---|---|---|
| ทุนจดทะเบียน | 3,000,000 บาท | 3,000,000 บาท |
| สินทรัพย์รวม | 18,000,000 บาท | 22,000,000 บาท |
| รายได้รวม | 25,000,000 บาท | 38,000,000 บาท |
| ผ่านเกณฑ์ใช้ TA | ✅ ผ่านครบ 3 ข้อ | ❌ รายได้เกิน 30 ล้าน |
| ผู้สอบบัญชีที่ใช้ | TA (ถูกต้อง) | ต้องเปลี่ยนเป็น CPA |
ในปี 2567 รายได้รวมของคุณแพรเพิ่มขึ้นเป็น 38,000,000 บาท เกินเกณฑ์ 30,000,000 บาทที่กำหนดไว้ครับ แม้ทุนจดทะเบียนและสินทรัพย์จะยังอยู่ในเกณฑ์ แต่การเกินเพียงเงื่อนไขเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ห้างหุ้นส่วนไม่สามารถใช้ TA ได้อีกต่อไป คุณแพรจึงต้องติดต่อจ้าง CPA ให้มาตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีบัญชี 2567 ครับ
กำหนดเวลาและบทลงโทษ: ถ้าไม่มี CPA ตรวจสอบงบตามกำหนด จะเกิดอะไรขึ้น?
กฎหมายกำหนดกรอบเวลาการตรวจสอบและส่งงบการเงินเป็น 2 ขั้นตอนแยกจากกัน โดยแต่ละขั้นตอนมีบทลงโทษเป็นของตัวเองครับ สำหรับบริษัทที่ปิดงบวันที่ 31 ธันวาคม กำหนดเวลารวมจึงอยู่ที่ประมาณปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปีครับ
ขั้นที่ 1 นำงบการเงินที่ CPA ตรวจสอบแล้วเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ ต้องทำภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชีตามมาตรา 1197 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ
ขั้นที่ 2 กรรมการบริษัทต้องส่งสำเนางบดุลไปยังนายทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ที่ประชุมอนุมัติตามมาตรา 1199 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ
⚠️ บทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามกำหนดครับ
| ความผิด | บทลงโทษ | กฎหมายอ้างอิง |
|---|---|---|
| ไม่นำงบเสนอที่ประชุมภายใน 4 เดือน | ค่าปรับไม่เกิน 20,000 บาท | มาตรา 1197 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ |
| ไม่ส่งงบให้ DBD ภายใน 1 เดือนหลังอนุมัติ | ค่าปรับไม่เกิน 50,000 บาท | มาตรา 1199 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ |
นอกจากค่าปรับแล้ว การไม่ยื่นงบการเงินยังอาจส่งผลให้ถูกปิดกั้นการทำธุรกรรมทางทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อจากธนาคารด้วยครับ
ไม่แน่ใจว่าบริษัทของคุณปฏิบัติตามกำหนดครบถ้วนหรือเปล่า สามารถปรึกษาทีม Orbit Advisory ฟรีทาง LINEได้เลยครับ ไม่มีข้อผูกมัด
TFRS for NPAEs คืออะไร และกิจการที่ใช้มาตรฐานนี้ยังต้องจ้าง CPA อยู่ไหม?
TFRS for NPAEs ย่อมาจาก Thai Financial Reporting Standards for Non-Publicly Accountable Entities หรือมาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะครับ กิจการที่เป็น NPAEs คือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ใช่ธนาคาร และไม่ใช่บริษัทประกัน กล่าวโดยย่อ SME ประมาณ 90% ของไทยอยู่ในกลุ่มนี้ครับ มาตรฐานนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ครอบคลุม 28 บทที่ปรับให้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจไทยปัจจุบันครับ
TFRS for NPAEs เป็นมาตรฐาน "วิธีจัดทำบัญชี" ที่ออกแบบมาให้ง่ายกว่ามาตรฐาน TFRS เต็มรูปแบบที่ใช้กับบริษัทจดทะเบียนครับ แต่ TFRS for NPAEs ไม่ได้ยกเว้นข้อกำหนดให้ต้องมี CPA ตรวจสอบงบการเงินแต่อย่างใด
💡 สรุปง่ายคือ TFRS for NPAEs เป็นเรื่องของ "วิธีบันทึกบัญชี" ส่วน CPA เป็นเรื่องของ "ใครตรวจสอบบัญชี" ทั้งสองอย่างแยกกันอิสระ บริษัทจำกัดที่ใช้ TFRS for NPAEs ยังคงต้องจ้าง CPA มาตรวจสอบและรับรองงบการเงินทุกปีตามกฎหมายเช่นเดิมครับ
หากต้องการเข้าใจว่างบกระแสเงินสดและมาตรฐาน NPAEs เกี่ยวข้องกับ SME อย่างไร แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่องกระแสเงินสด (Cash Flow) คืออะไรครับ
สรุป: SME ต้องมี Internal Audit หรือ CPA แบบไหน?
ตารางด้านล่างช่วยให้คุณตัดสินใจได้ทันทีว่าต้องการผู้ตรวจสอบประเภทใดครับ
| ถ้าคุณเป็น... | ต้องการ... | เหตุผล |
|---|---|---|
| บริษัทจำกัด (ทุกขนาด) | CPA | บังคับตามมาตรา 1197 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ |
| ห้างหุ้นส่วน (ผ่านเกณฑ์ครบ 3 ข้อ) | CPA หรือ TA | เลือกได้ตามขนาดธุรกิจ |
| ห้างหุ้นส่วน (เกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง) | CPA | TA ไม่มีอำนาจตรวจสอบได้ |
| บริษัทจดทะเบียนใน SET | CPA และ Internal Audit | ข้อกำหนด ก.ล.ต. เพิ่มเติม |
| บุคคลธรรมดา | ไม่บังคับ | ไม่ใช่นิติบุคคล |
ค่าบริการ CPA สำหรับ SME เริ่มต้นที่ประมาณ 8,000 บาทต่อปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของรายการบัญชีครับ
Orbit Advisory มีทีม CPA ที่เชี่ยวชาญการตรวจสอบบัญชีสำหรับบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนทุกขนาด ตั้งแต่ SME ไปจนถึงบริษัทที่มีรายได้หลายสิบล้านบาทครับ หากต้องการทราบค่าบริการและขั้นตอน สามารถดูรายละเอียดได้ที่บริการตรวจสอบบัญชีหรือขอใบเสนอราคาฟรีได้เลยครับ
สำหรับธุรกิจที่กำลังพิจารณาจดทะเบียนบริษัทเพื่อให้การบริหารบัญชีและภาษีเป็นระบบ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่คู่มือจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ขั้นตอนการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) สำหรับบริษัทจำกัดต้องทำในที่ประชุมไหน และต้องทำบ่อยแค่ไหน? A: บริษัทจำกัดต้องแต่งตั้ง CPA ในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีตามมาตรา 1209 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยต้องแต่งตั้งใหม่ทุกปีครับ ที่ประชุมมีอำนาจกำหนดค่าตอบแทน CPA และสามารถแต่งตั้ง CPA คนเดิมซ้ำได้หากผู้ถือหุ้นเห็นชอบ หากแต่งตั้งไม่ได้ตามขั้นตอนปกติและผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 5 รายร้องขอ ศาลสามารถแต่งตั้ง CPA ให้ได้ตามมาตรา 1212 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ
Q2: Internal Audit กับ External Audit (CPA) ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ? A: Internal Audit คือการตรวจสอบระบบควบคุมภายในและประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ดำเนินการโดยทีมภายในหรือบริษัทรับจ้าง และไม่มีสิทธิ์ "รับรองงบการเงิน" ทางกฎหมายครับ External Audit (CPA) คือการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของงบการเงินโดยผู้สอบบัญชีภายนอกที่มีใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับทุกบริษัทจำกัดครับ
Q3: ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) แทน CPA ได้ไหม และมีเกณฑ์ขนาดอย่างไร? A: ใช้ได้ครับ แต่ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องผ่านเกณฑ์ขนาดทั้ง 3 ข้อพร้อมกัน ได้แก่ ทุนจดทะเบียน ณ วันสิ้นรอบบัญชีไม่เกิน 5,000,000 บาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30,000,000 บาท และรายได้รวมไม่เกิน 30,000,000 บาทครับ หากเกินเกณฑ์แม้เพียงข้อเดียว ต้องเปลี่ยนมาใช้ CPA ทันที เนื่องจาก TA ไม่มีอำนาจตรวจสอบห้างหุ้นส่วนที่เกินเกณฑ์ได้ครับ
Q4: กำหนดเวลายื่นงบการเงินประจำปีของบริษัทจำกัดมีกี่ขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนมีเส้นตายเมื่อไหร่? A: มี 2 ขั้นตอนครับ ขั้นแรกต้องนำงบการเงินที่ CPA ตรวจสอบแล้วเสนอที่ประชุมสามัญเพื่ออนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชีตามมาตรา 1197 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขั้นที่สองต้องส่งงบให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนหลังอนุมัติตามมาตรา 1199 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ สำหรับบริษัทที่ปิดงบ 31 ธันวาคม เส้นตายรวมอยู่ที่ประมาณปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปีครับ
Q5: ถ้าบริษัทจำกัดใช้ผู้สอบบัญชีที่ไม่ใช่ CPA เช่น TA มารับรองงบการเงิน งบนั้นจะยังใช้ได้ตามกฎหมายไหม? A: ไม่ได้ครับ งบการเงินของบริษัทจำกัดที่รับรองโดย TA จะไม่ถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจาก TA มีอำนาจตรวจสอบได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น งบการเงินดังกล่าวจะไม่สามารถยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ และบริษัทอาจถูกปรับตามมาตรา 1199 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สูงถึง 50,000 บาทครับ
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
เลื่อนเพื่อดูเพิ่มเติม →
พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ติดต่อเราผ่านช่องทางที่คุณสะดวก


