แพลตฟอร์มส่งข้อมูลรายได้ให้สรรพากรแล้ว — ร้านค้าออนไลน์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

เนื้อหาบทความ
แพลตฟอร์มส่งข้อมูลรายได้ให้สรรพากรแล้ว — ร้านค้าออนไลน์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ตั้งแต่ปี 2567 แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องส่งข้อมูลรายได้ของร้านค้าทุกร้านให้กรมสรรพากรทุกปี และข้อมูลปี 2567 ถูกส่งให้สรรพากรเรียบร้อยแล้วตั้งแต่พฤษภาคม 2568 ร้านค้าที่ยังไม่ยื่นภาษีหรือยื่นไม่ถูกต้องต้องตรวจสอบรายได้ย้อนหลังทันทีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนที่สรรพากรจะเริ่มเปรียบเทียบข้อมูลครับ
คุณขายของบน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องยื่นภาษีไหม หรือยื่นอย่างไร? คุณไม่ได้คนเดียวครับ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากยังไม่รู้ว่าตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา แพลตฟอร์มเหล่านี้มีหน้าที่ตามกฎหมายในการส่งข้อมูลรายได้ของร้านคุณให้กรมสรรพากรโดยตรง
บทความนี้จะอธิบายให้ครบว่ากฎหมายนี้คืออะไร ข้อมูลอะไรถูกส่งบ้าง และสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ต้องทำตั้งแต่ตอนนี้เพื่อไม่ให้มีปัญหากับสรรพากรในอนาคตครับ
กฎหมายนี้คืออะไร? ทำไมแพลตฟอร์มต้องส่งข้อมูลให้สรรพากร?
กรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มมีบัญชีพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรสั่งให้บุคคลใดก็ได้จัดทำบัญชีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการเก็บภาษี
กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายชัดเจนครับ คือดึงผู้ประกอบการออนไลน์ที่ยังไม่อยู่ในระบบภาษีให้เข้ามายื่นรายได้อย่างถูกต้อง กรมสรรพากรประเมินว่ายังมีรายได้จากการค้าออนไลน์อีกจำนวนมากที่ไม่ถูกประกาศในการยื่นภาษี
สิ่งที่เรียกว่า บัญชีพิเศษ คือรายงานข้อมูลรายได้ของผู้ประกอบการทุกรายที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านแพลตฟอร์มนั้น ซึ่งแพลตฟอร์มต้องรวบรวมและส่งให้กรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ
แพลตฟอร์มไหนบ้างที่ต้องส่งข้อมูลรายได้ร้านค้า?
ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มที่ต้องส่งข้อมูลครับ กฎหมายกำหนดเงื่อนไขดังนี้
| เงื่อนไข | รายละเอียด |
|---|---|
| จดทะเบียนในประเทศไทย | ต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งและจดทะเบียนในไทย |
| รายได้เกินเกณฑ์ | มีรายได้ในรอบบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท (1 พันล้านบาท) |
| ไม่ถูกยกเว้น | ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสำนักงาน ก.ล.ต. |
แพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและผ่านเกณฑ์รายได้ ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok Shop, Line Man และ Grab ครับ แพลตฟอร์มเหล่านี้ล้วนจดทะเบียนในไทยและมีรายได้เกิน 1,000 ล้านบาทต่อปีทั้งสิ้น
💡 สำหรับร้านค้าที่ขายบน Facebook หรือ Instagram ตรง กฎหมายฉบับนี้ยังไม่บังคับใช้กับแพลตฟอร์มเหล่านั้นโดยตรง แต่สรรพากรมีช่องทางอื่น (ภาษีอีเพย์เมนต์) ในการติดตามข้อมูลอยู่ดีครับ
กรมสรรพากรได้รับข้อมูลอะไรบ้างจากแพลตฟอร์ม?
ข้อมูลที่แพลตฟอร์มต้องรายงานเกี่ยวกับร้านค้าแต่ละร้านนั้นละเอียดมากครับ ไม่ใช่แค่ตัวเลขรายได้รวม ตามที่มีการรายงาน รายการข้อมูลในบัญชีพิเศษประกอบด้วยอย่างน้อย
- เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล (แล้วแต่ว่าร้านเปิดในนามบุคคลธรรมดาหรือบริษัท)
- ชื่อผู้ขายและชื่อร้านค้า
- ยอดรายได้รวม ตลอดทั้งปีที่ได้รับผ่านแพลตฟอร์มนั้น
- ค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหัก
- บัญชีธนาคาร ที่ใช้รับโอนเงินจากแพลตฟอร์ม
กล่าวคือ สรรพากรรู้ว่าร้านคุณชื่ออะไร เลขบัตรประชาชนเลขไหน ขายได้เท่าไหร่ และเงินโอนเข้าบัญชีอะไรครับ
ข้อมูลถูกส่งให้สรรพากรเมื่อไหร่ และตอนนี้สรรพากรมีข้อมูลของร้านคุณแล้วหรือยัง?
สรรพากรได้รับข้อมูลรายได้ปี 2567 จากแพลตฟอร์มไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ครับ เพราะกฎหมายกำหนดให้ส่งภายใน 150 วันหลังสิ้นปีบัญชี ตารางด้านล่างแสดงให้เห็นไทม์ไลน์ที่ชัดเจนว่าข้อมูลรายได้ร้านคุณเดินทางไปถึงกรมสรรพากรเมื่อไหร่ครับ
| รอบข้อมูล | ช่วงเวลา | กำหนดส่งข้อมูลให้สรรพากร | สถานะ (ณ มี.ค. 2569) |
|---|---|---|---|
| ปี 2567 | 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | ภายใน 29 พ.ค. 2568 | ✅ ส่งแล้ว — สรรพากรมีข้อมูลแล้ว |
| ปี 2568 | 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ภายใน 29 พ.ค. 2569 | ⏳ กำลังรวบรวม — ส่งปลาย พ.ค. นี้ |
⚠️ ข้อมูลปี 2567 อยู่ในมือสรรพากรแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ครับ หมายความว่าร้านค้าที่ยื่นภาษีประจำปี 2567 (ภ.ง.ด.90 ที่ยื่นในมีนาคม 2568) ไม่ถูกต้อง สรรพากรอาจเริ่มเปรียบเทียบข้อมูลได้แล้ว
📌 หากคุณยื่น ภ.ง.ด.90 ปี 2567 ไปแล้ว แต่ตัวเลขไม่ตรงกับยอดขายจริง: สรรพากรสามารถเปรียบเทียบข้อมูลที่คุณยื่นกับข้อมูลที่แพลตฟอร์มส่งมาได้โดยตรง หากพบความคลาดเคลื่อน อาจมีหนังสือเรียกตรวจสอบตามมา ยิ่งแก้ไขเร็วยิ่งลดโทษได้ครับ
ร้านค้าออนไลน์ต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง?
หน้าที่ภาษีของร้านค้าออนไลน์แยกตามประเภทเป็น 3 ส่วนหลักครับ
1. ภ.ง.ด.94 — ภาษีครึ่งปี
รายได้จากการขายออนไลน์จัดเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งอยู่ในกลุ่มเงินได้ที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปีด้วยครับ
หากรายได้ช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีนั้นเกิน 60,000 บาท (สำหรับผู้โสด) หรือเกิน 120,000 บาท (สำหรับผู้มีคู่สมรส) ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในวันที่ 30 กันยายนของปีนั้น ตามมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องวิธีคำนวณภาษีสำหรับรายได้จากการขายออนไลน์ รวมถึงสิทธิหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% คุณสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่บทความแม่ค้าออนไลน์ยื่นภาษีแบบไหน เจาะลึก 40(2) vs 40(8)ครับ
2. ภ.ง.ด.90 — ภาษีประจำปี
เมื่อสิ้นปีภาษี ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป (หรือประมาณ 8-10 เมษายน หากยื่นออนไลน์)
เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องยื่นคือรายได้รวมทั้งปีเกิน 60,000 บาท สำหรับผู้โสด หรือเกิน 120,000 บาท สำหรับผู้มีคู่สมรส เรื่องเงินได้ 8 ประเภทและสิทธิการหักค่าใช้จ่ายสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเงินได้ 8 ประเภท มาตรา 40 หักค่าใช้จ่ายอย่างไรครับ
3. VAT — ภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากรายได้รวมทั้งปีเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้ทะลุเกณฑ์ และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนหลังจากนั้น
ร้านค้าที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทได้รับยกเว้นการจดทะเบียน VAT ครับ แต่ยังต้องยื่นภาษีเงินได้ตามข้อ 1 และ 2 ข้างต้น
นอกจากแพลตฟอร์ม สรรพากรยังได้รับข้อมูลร้านค้าออนไลน์จากช่องทางอื่นด้วยหรือเปล่า?
นอกจากข้อมูลบัญชีพิเศษจากแพลตฟอร์มแล้ว สรรพากรยังได้รับข้อมูลจากอีกช่องทางหนึ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรรู้ครับ
ภาษีอีเพย์เมนต์ (e-Payment) คือกฎหมายที่บังคับให้สถาบันการเงินทุกแห่ง เช่น ธนาคาร, PromptPay, และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องรายงานข้อมูลบัญชีที่มีธุรกรรมดังนี้
- รับเงินโอน/ฝาก 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี (ไม่จำกัดจำนวนเงิน)
- หรือรับเงินโอน/ฝาก 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดรวมเกิน 2,000,000 บาทต่อปี
ร้านค้าที่ขายของออนไลน์และรับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารทุกวัน มีโอกาสสูงมากที่จะเข้าเกณฑ์นี้ครับ เพราะแพลตฟอร์มจะโอนเงินเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ซึ่งสะสมได้ถึงหลายร้อยหรือหลายพันครั้งต่อปีโดยง่าย
ผลคือสรรพากรมีข้อมูลจาก 2 แหล่ง พร้อมกันครับ ทั้งจากแพลตฟอร์มโดยตรงและจากธนาคาร ทำให้การตรวจสอบข้ามข้อมูลทำได้ง่ายมากขึ้น
💡 ร้านที่ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน: หากคุณขายทั้งบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop กรมสรรพากรจะได้รับข้อมูลรายได้จากทุกแพลตฟอร์มแยกกัน และนำยอดรวมจากทุกช่องทางมาประเมินภาษีร่วมกัน การกระจายการขายหลายแพลตฟอร์มจึงไม่ได้ช่วยลดยอดรายได้ที่สรรพากรมองเห็นแต่อย่างใดครับ
ถ้าขายของออนไลน์มานานแต่ไม่เคยยื่นภาษีเลย จะเกิดอะไรขึ้น?
คุณบีมขายเสื้อผ้าบน TikTok Shop มาตั้งแต่ปี 2566 โดยไม่เคยยื่นภาษีเลย ในปี 2567 คุณบีมทำรายได้รวม 1,200,000 บาท จากยอดขายบน TikTok Shop
TikTok ส่งข้อมูลรายได้ของคุณบีมให้กรมสรรพากรในเดือนพฤษภาคม 2568 แล้วครับ
ภาษีที่คุณบีมควรจ่ายสำหรับปี 2567:
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| รายได้รวมปี 2567 | 1,200,000 บาท |
| หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% | (720,000 บาท) |
| รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย | 480,000 บาท |
| หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | (60,000 บาท) |
| เงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี | 420,000 บาท |
| ภาษีที่ต้องชำระโดยประมาณ | ~19,500 บาท |
หากคุณบีมไม่ได้ยื่น ภ.ง.ด.90 ในเดือนมีนาคม 2568 และสรรพากรตรวจพบจากข้อมูลที่แพลตฟอร์มส่งมา สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่ 19,500 บาท ครับ แต่บวกเพิ่มอีก
- เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ค้างชำระ ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
- เบี้ยปรับ 1-2 เท่า ของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ตามมาตรา 22 และ 26 แห่งประมวลรัษฎากร
แต่ถ้าคุณบีมตัดสินใจไปยื่นภาษีเองก่อนที่สรรพากรจะเรียก คุณบีมมีสิทธิ์ขอลดหรืองดเบี้ยปรับได้ครับ นี่คือเหตุผลที่ควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด
หากคุณอยู่ในสถานการณ์คล้ายกับคุณบีม Orbit Advisory พร้อมช่วยคำนวณภาษีย้อนหลัง จัดทำเอกสาร และวางแผนยื่นอย่างถูกต้องครับ
ถ้าไม่ยื่นหรือยื่นภาษีไม่ถูกต้อง จะถูกปรับเท่าไหร่?
กฎหมายแยกระดับความรับผิดชอบออกเป็น 2 ระดับครับ
ระดับที่ 1 — โทษทางปกครอง (กรณีทั่วไป):
| โทษ | อัตรา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เงินเพิ่ม | 1.5%/เดือน ของภาษีที่ค้างชำระ | ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร |
| เบี้ยปรับ (ถูกประเมิน) | 1-2 เท่าของภาษีที่ขาด | ตามมาตรา 22, 26 แห่งประมวลรัษฎากร |
| ค่าปรับล่าช้า | ไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับการไม่ยื่นแบบ | — |
ระดับที่ 2 — โทษทางอาญา (กรณีเจตนา):
หากสรรพากรพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาแจ้งข้อความเท็จหรือฉ้อโกงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โทษตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร คือจำคุก 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับ 2,000 ถึง 200,000 บาท
⚠️ ร้านค้าที่ยังไม่เคยยื่นภาษีเลยและมีรายได้เกินเกณฑ์ มีความเสี่ยงสูงกว่าร้านที่ยื่นแต่ยื่นผิดครับ เพราะการไม่ยื่นเลยแสดงให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจนกว่า
รายได้ก่อนปี 2567 ก็ยังมีความเสี่ยง: แม้กฎหมายบัญชีพิเศษจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 แต่กรมสรรพากรมีอำนาจตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้สูงสุด 5 ปี ร้านค้าที่เริ่มขายออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2564–2566 และไม่เคยยื่นภาษีเลย ยังมีความเสี่ยงที่สรรพากรจะใช้ข้อมูลปี 2567 เป็นจุดเริ่มต้นสืบย้อนหลังสู่ปีก่อนหน้าได้ครับ
ร้านค้าออนไลน์ควรทำอะไรบ้างตั้งแต่ตอนนี้?
- ตรวจสอบรายได้รวมย้อนหลัง — ดูยอดรายได้จาก Dashboard ของแพลตฟอร์มตั้งแต่ปี 2567 ย้อนหลังไปถึงปีที่เริ่มขาย โดยสามารถหาตัวเลขได้จาก:
- Shopee: Seller Centre → Finance → My Income → เลือกช่วงเวลาที่ต้องการ
- Lazada: Seller Center → Finance → Payment → ดู Statement รายเดือน
- TikTok Shop: Seller Center → Finance → Revenue Overview
- เช็กว่าเคยยื่น ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.94 ครบหรือไม่ — หากรายได้เกินเกณฑ์ในปีใด และยังไม่ได้ยื่น ให้วางแผนยื่นย้อนหลัง
- เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทั้งหมด — ค่าสต็อกสินค้า ค่าแพ็กกิ้ง ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา เพื่อประกอบการยื่นและลดฐานภาษี
- เช็กว่ารายได้ถึง 1.8 ล้านบาทหรือยัง — ถ้าถึงแล้วต้องจด VAT ทันที
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นย้อนหลัง — การยื่นย้อนหลังสามารถทำได้และช่วยลดความเสี่ยงจากเบี้ยปรับได้มากกว่ารอให้สรรพากรเรียก การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยคำนวณและจัดทำเอกสารให้ถูกต้องจะลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดซ้ำครับ
สำหรับข้อมูลเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่แพลตฟอร์มหักจากค่าธรรมเนียมของร้าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ร้านค้าออนไลน์มักสับสนว่าต้องดำเนินการอะไรต่อ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop Shopee: ต้องทำอะไรต่อ ขอคืนได้ไหม?ครับ
สรุป: คุณควรทำอะไรตอนนี้?
| สถานการณ์ของร้านคุณ | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| รายได้ต่ำกว่า 60,000 บาท/ปี | ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องยื่น แต่ควรจดบันทึกรายได้ไว้ |
| รายได้ 60,000 – 1,800,000 บาท/ปี | ยื่น ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.94 ตามรอบ |
| รายได้เกิน 1,800,000 บาท/ปี | ยื่นภาษีเงินได้ + จด VAT ทันที |
| ขายมาหลายปีแต่ไม่เคยยื่นเลย | ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อยื่นย้อนหลังก่อนถูกเรียก |
ขั้นตอนง่ายที่สุดตอนนี้คือการเช็กยอดรายได้ย้อนหลังจาก Dashboard แพลตฟอร์มก่อนครับ แล้วนำตัวเลขนั้นมาคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนว่าต้องยื่นอะไรบ้างและมีค่าใช้จ่ายอะไรหักได้บ้าง
⚡ เวลาสำคัญ: ข้อมูลรายได้ปี 2568 จะถูกส่งให้กรมสรรพากรภายในปลายพฤษภาคม 2569 — ยิ่งจัดการเรื่องภาษีให้เรียบร้อยก่อนหน้านั้น ยิ่งลดความเสี่ยงจากเบี้ยปรับและการถูกเรียกตรวจสอบครับ
หากต้องการความช่วยเหลือในการยื่นภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์หรือวางแผนภาษีล่วงหน้า Orbit Advisory พร้อมให้คำปรึกษาครับ ติดต่อขอใบเสนอราคาได้เลย หรือสอบถามรายละเอียดบริการภาษีของเราก่อนได้ครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ยื่นภาษีย้อนหลังได้ไหม ถ้าไม่เคยยื่นมาก่อน? A: ยื่นย้อนหลังได้ครับ โดยยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เพิ่มเติม (Amend Filing) ที่สรรพากรพื้นที่หรือออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร หากยื่นเองก่อนที่สรรพากรจะออกหมายเรียก มีสิทธิ์ขอลดหรืองดเบี้ยปรับได้ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ครับ แต่ยังคงต้องชำระภาษีพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากรนับตั้งแต่วันครบกำหนดเดิม
Q2: บัญชีพิเศษที่แพลตฟอร์มส่งให้สรรพากรคืออะไร? A: บัญชีพิเศษคือรายงานที่แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ต้องจัดทำและส่งให้กรมสรรพากรทุกปี ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร อาศัยอำนาจมาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากร ตามที่มีการรายงาน ข้อมูลในบัญชีพิเศษประกอบด้วยเลขบัตรประชาชน ชื่อร้านค้า ยอดรายได้ ค่าธรรมเนียม และบัญชีธนาคารของผู้ขายทุกรายที่ขายผ่านแพลตฟอร์มนั้นครับ
Q3: ร้านเล็กๆ รายได้ไม่มากขายบน Shopee ได้รับผลกระทบด้วยไหม? A: ได้รับผลกระทบครับ กฎหมายนี้กำหนดหน้าที่ให้ แพลตฟอร์ม ส่งข้อมูล ไม่ใช่แค่ร้านที่มีรายได้สูง แพลตฟอร์มต้องรายงานข้อมูลร้านค้า ทุกร้าน ที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกร้านต้องเสียภาษีครับ ร้านที่มีรายได้รวมทั้งปีไม่เกิน 60,000 บาท (สำหรับผู้โสด) ยังได้รับยกเว้น แต่กรมสรรพากรมีข้อมูลอยู่แล้ว
Q4: รายได้จากการขายออนไลน์เท่าไหร่ถึงต้องยื่นภาษี ภ.ง.ด.90? A: หากรายได้รวมทุกประเภทตลอดทั้งปีเกิน 60,000 บาท สำหรับผู้ที่ไม่มีคู่สมรส หรือเกิน 120,000 บาท สำหรับผู้มีคู่สมรส ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไปครับ รายได้จากการขายออนไลน์จัดเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% ของรายได้
Q5: ถ้าสรรพากรพบว่าข้อมูลที่ยื่นไม่ตรงกับข้อมูลจากแพลตฟอร์ม จะเกิดอะไรขึ้น? A: กรมสรรพากรจะออกหนังสือเรียกตรวจสอบหรือประเมินภาษีเพิ่มเติมครับ โทษที่ตามมาได้แก่ เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของส่วนที่ขาด (ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร) และเบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่ขาด (ตามมาตรา 22, 26 แห่งประมวลรัษฎากร) หากสรรพากรพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยง อาจมีโทษอาญาตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย การยื่นภาษีให้ถูกต้องก่อนจึงสำคัญกว่าการรอครับ
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
เลื่อนเพื่อดูเพิ่มเติม →
พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ติดต่อเราผ่านช่องทางที่คุณสะดวก


