เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ

    เราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ การคลิก 'ยอมรับทั้งหมด' หมายถึงคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการวิเคราะห์

    แนะนำการเงิน

    กระแสเงินสด (Cash Flow) คืออะไร? เจ้าของธุรกิจ SME ต้องจัดการอย่างไรไม่ให้เงินขาดมือ

    ทีมออร์บิท แอดไวเซอรี่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและบัญชีรับอนุญาต
    อ่าน 9 นาที
    กระแสเงินสด (Cash Flow) คืออะไร? เจ้าของธุรกิจ SME ต้องจัดการอย่างไรไม่ให้เงินขาดมือ

    เนื้อหาบทความ

    กระแสเงินสด (Cash Flow) คืออะไร? เจ้าของธุรกิจ SME ต้องจัดการอย่างไรไม่ให้เงินขาดมือ

    กระแสเงินสด คือการไหลเข้า-ออกของเงินสดจริงในธุรกิจ ซึ่งต่างจากกำไรในงบกำไรขาดทุนอย่างสิ้นเชิง ธุรกิจที่มีกำไรบนกระดาษยังขาดเงินสดได้ถ้าลูกค้ายังไม่จ่าย หรือสินค้าค้างสต็อกมากเกินไป SME ไทยส่วนใหญ่ที่ปิดตัวไม่ได้เกิดจาก "ไม่มีกำไร" แต่เกิดจาก "เงินสดหมดก่อน" ครับ

    คุณเคยเจอแบบนี้ไหมครับ — ยอดขายดีมาก กำไรดูสวยหรู แต่พอถึงวันจ่ายเงินเดือนหรือชำระค่าสินค้า เงินไม่พอ นี่คือปัญหา กระแสเงินสด (Cash Flow) ที่ทำให้ธุรกิจ SME ไทยหลายรายต้องสะดุดทั้งที่บัญชีบอกว่ากำไรอยู่ครับ

    บทความนี้จะอธิบายกระแสเงินสดตั้งแต่ต้น บอกสาเหตุที่ร้านค้าออนไลน์และ SME ไทยมักเจอปัญหานี้ พร้อมวิธีจัดการที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเป็นนักบัญชีครับ

    กระแสเงินสดคืออะไร? และต่างจากกำไรอย่างไร?

    กระแสเงินสด คือ เงินสดที่ไหลเข้าและออกจากธุรกิจจริง ๆ ในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ "กำไร" ในงบการเงินคำนวณตาม เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) ซึ่งรับรู้รายได้ตั้งแต่เกิดสิทธิ์ แม้ยังไม่ได้รับเงินจริงก็ตามครับ

    นึกภาพง่าย ๆ ครับ คุณขายสินค้าให้ร้านค้าปลีกมูลค่า 100,000 บาท บันทึกรายได้และกำไรในงบทันที แต่ร้านค้าขอเครดิต 30 วัน เงิน 100,000 บาทนั้นยังไม่อยู่ในมือคุณ แต่ค่าสินค้าและค่าแรงที่ต้องจ่ายวันนี้มีอยู่จริงครับ

    ประเด็นกำไร (Profit)กระแสเงินสด (Cash Flow)
    เกณฑ์การบันทึกเกณฑ์คงค้าง (เกิดรายได้/ค่าใช้จ่ายเมื่อใด)เกณฑ์เงินสด (รับ/จ่ายเงินจริงเมื่อใด)
    รายได้ที่ยังไม่ได้รับเงินนับเป็นกำไรแล้วยังไม่เข้ากระแสเงินสด
    ค่าเสื่อมราคาหักเป็นค่าใช้จ่ายไม่กระทบเงินสด (ไม่มีเงินออกจริง)
    การซื้อสินค้าคงคลังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทันทีเงินสดออกทันที
    สัญญาณสุขภาพธุรกิจแสดงความสามารถทำกำไรแสดงสภาพคล่องจริง

    นั่นคือสาเหตุที่นักการเงินมักพูดว่า "Cash is King" ครับ กำไรสวยงามบนกระดาษไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าเงินสดในมือไม่พอจ่ายค่าใช้จ่ายวันนี้

    งบกระแสเงินสดมี 3 ประเภทอะไรบ้าง? ดูตัวเลขไหนก่อน?

    งบกระแสเงินสดแบ่งเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flow from Operations) กิจกรรมลงทุน (Cash Flow from Investment) และกิจกรรมจัดหาเงิน (Cash Flow from Financing) สำหรับ SME ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือ CFO เพราะบอกว่าธุรกิจหลักของคุณสร้างเงินสดได้จริงหรือไม่ครับ

    กิจกรรมดำเนินงาน (CFO) — ตัวเลขชี้ชะตา

    เงินสดจากการขายสินค้า จ่ายซัพพลายเออร์ จ่ายเงินเดือน และค่าดำเนินงานทั่วไป ถ้า CFO เป็นบวกสม่ำเสมอ แสดงว่าธุรกิจหลักสร้างเงินสดได้ด้วยตัวเองครับ ถ้า CFO ติดลบซ้ำ ๆ นั่นคือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบแก้ไข

    กิจกรรมลงทุน (CFI) — ติดลบได้ถ้ากำลังเติบโต

    การซื้อเครื่องมืออุปกรณ์หรือขยายธุรกิจ CFI ติดลบในช่วงขยายธุรกิจเป็นเรื่องปกติครับ ไม่ใช่สัญญาณอันตราย

    กิจกรรมจัดหาเงิน (CFF) — บอกว่าพึ่งพาใคร

    การกู้ยืมเงิน ชำระคืนเงินกู้ หรือรับเงินทุนเพิ่ม ถ้า CFF เป็นบวกตลอดเพราะต้องกู้มาเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่า CFO ยังอ่อนแอเกินไปครับ

    กิจกรรมตัวอย่างรายการสัญญาณดีสัญญาณเตือน
    CFO ดำเนินงานเงินรับจากลูกค้า, จ่ายซัพพลายเออร์, เงินเดือนเป็นบวกสม่ำเสมอติดลบซ้ำ ๆ แม้กำไรสูง
    CFI ลงทุนซื้อเครื่องจักร, ขยายสาขาติดลบในช่วงขยาย (ปกติ)ลงทุนแต่ CFO ไม่โต
    CFF จัดหาเงินกู้ยืม, ชำระหนี้, เพิ่มทุนกู้เพื่อโตระยะยาวกู้ซ้ำเพื่อปิดช่องว่างดำเนินงาน

    ทำไม SME และร้านค้าออนไลน์ไทยถึงเงินขาดมือ? 5 สาเหตุหลักที่พบบ่อย

    ปัญหากระแสเงินสดของ SME ไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากธุรกิจไม่ดี แต่เกิดจากจังหวะเงินเข้า-ออกที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่ต้องจ่ายค่าสินค้าก่อน แต่รอรับเงินจากแพลตฟอร์มภายหลังครับ

    1. จ่ายก่อน รับทีหลัง — ร้านค้าบน Shopee, TikTok Shop, Lazada ต้องรอรอบการโอนเงินจากแพลตฟอร์มหลังส่งของเสร็จ ขณะที่ค่าสินค้าและค่าจัดส่งต้องจ่ายทันที ยิ่งยอดขายดีมาก ช่องว่างของเงินสดยิ่งกว้างขึ้นครับ

    2. สินค้าค้างสต็อก — สินค้าที่ยังขายไม่ออกคือ "เงินสดที่แช่แข็งอยู่ในโกดัง" ทุก 100,000 บาทที่ล็อคอยู่ในสต็อกคือเงินที่ไม่สามารถนำไปจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ครับ

    3. ขยายธุรกิจเร็วเกินกระแสเงินสด — เพิ่มสินค้า เพิ่มพนักงาน เพิ่มช่องทางขาย แต่รายรับยังไม่เพิ่มทัน ค่าใช้จ่ายคงที่สูงขึ้นก่อนที่กระแสเงินสดจะรองรับได้ครับ

    4. ไม่มีแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า — เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่รู้ว่ามีปัญหา "ตอนที่เงินหมดแล้ว" แทนที่จะรู้ล่วงหน้า 4–6 สัปดาห์เพื่อวางแผนรับมือครับ

    5. สับสนระหว่างกำไรกับเงินสด — เห็นกำไรในงบบัญชีแล้วคิดว่ามีเงินใช้ จึงขยายหรือใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งที่กำไรนั้นยังอยู่ในรูปลูกหนี้การค้าหรือสินค้าคงคลังครับ

    วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) คืออะไร และคำนวณอย่างไร?

    วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle หรือ CCC) คือจำนวนวันที่ธุรกิจต้องใช้ตั้งแต่จ่ายเงินซื้อสินค้าจนกว่าจะรับเงินกลับคืน ยิ่ง CCC สั้นเท่าไหร่ ธุรกิจยิ่งมีสภาพคล่องสูงเท่านั้นครับ

    CCC = ระยะเวลาขายสินค้า + ระยะเวลาเก็บหนี้ − ระยะเวลาชำระหนี้ซัพพลายเออร์

    ตัวอย่าง: คุณแพร เจ้าของร้าน TikTok Shop ขายเสื้อผ้า

    คุณแพรซื้อสต็อกเสื้อผ้ามูลค่า 50,000 บาท โดยต้องจ่ายสดทันที (ระยะเวลาชำระหนี้ = 0 วัน) จากนั้นสินค้าอยู่ในสต็อก 14 วันก่อนขายหมด และ TikTok Shop โอนเงินให้ 8 วันหลังยืนยันการจัดส่ง

    CCC = 14 + 8 − 0 = 22 วัน

    แปลว่าเงิน 50,000 บาทของคุณแพรจมอยู่ 22 วันก่อนจะกลับมาเป็นเงินสด ถ้าคุณแพรต้องการสั่งสต็อกรอบใหม่ก่อนรอบแรกจบ ก็ต้องใช้เงินสดเพิ่มทันทีครับ

    วิธีลด CCCผลที่ได้
    เจรจาขอเครดิต 15 วันจากซัพพลายเออร์CCC ลดจาก 22 → 7 วัน
    เลือกรอบโอนเงินรายสัปดาห์แทนรายเดือนลด DSO (เก็บหนี้เร็วขึ้น)
    ลดสต็อกที่ขายช้าให้หมุนเร็วขึ้นลดวันสินค้าค้างในสต็อก

    SME จัดการกระแสเงินสดอย่างไรให้ไม่ขาดมือ? 5 วิธีที่ทำได้ทันที

    การจัดการกระแสเงินสดที่ดีไม่ต้องซับซ้อนครับ หลักการคือทำให้เงินเข้าเร็วขึ้น เงินออกช้าลง และรักษาเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอเสมอ

    1. ทำ Cash Forecast รายสัปดาห์ ไม่ใช่รายเดือน จดตารางเงินสดรับ-จ่าย 4–6 สัปดาห์ล่วงหน้า ระบุว่าสัปดาห์ไหนจะมีเงินเข้าจากแพลตฟอร์ม และสัปดาห์ไหนต้องจ่ายค่าสินค้า เงินเดือน และภาษีครับ การมองล่วงหน้าช่วยให้รับมือปัญหาได้ก่อนที่เงินจะหมดจริง

    2. เร่งเงินรับจากแพลตฟอร์ม เลือกแผนการโอนเงินแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ถ้าแพลตฟอร์มรองรับ และเช็คให้กระบวนการยืนยันการจัดส่งเสร็จสมบูรณ์ทันที เพราะรอบโอนเงินจะเริ่มนับหลังจากนั้นครับ

    3. เจรจาเครดิตกับซัพพลายเออร์ ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ยินดีให้เครดิต 15–30 วันกับลูกค้าที่ชำระตรงเวลาครับ แค่ได้เครดิต 15 วัน CCC ของคุณแพรในตัวอย่างข้างต้นก็ลดลงทันทีจาก 22 วัน เหลือ 7 วัน

    4. จัดการสินค้าคงคลังอย่างเคร่งครัด ทบทวนสต็อกทุก 4 สัปดาห์ สินค้าที่ขายช้าหรือค้างนานเกิน 60 วันควรลดราคาหรือเคลียร์ออกก่อนครับ อย่าปล่อยให้เงินสดจมอยู่ในสินค้าที่ตลาดไม่ต้องการแล้ว

    5. สำรองเงินสดฉุกเฉิน 1–3 เดือน กองทุนฉุกเฉินธุรกิจควรอยู่ที่ 1–3 เดือนของค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่า เงินเดือน และภาษีที่ต้องนำส่งครับ เงินสำรองนี้ช่วยให้ธุรกิจผ่านช่วงยอดขายตกหรือการโอนเงินล่าช้าได้โดยไม่สะดุด

    คำเตือน: สัญญาณ 4 ข้อที่บอกว่ากระแสเงินสดกำลังมีปัญหา

    ถ้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) ติดลบซ้ำ ๆ ทั้งที่ธุรกิจยังกำไรอยู่ นั่นคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดครับ แต่ยังมีตัวชี้วัดอื่นที่ควรติดตามด้วย

    ⚠️ 1. CFO ติดลบแม้กำไรสูง แปลว่ากำไรยังอยู่ในรูปลูกหนี้หรือสินค้า ยังไม่เข้าบัญชีเป็นเงินสดจริง ต้องเร่งเก็บเงินและลดสต็อกโดยด่วนครับ

    ⚠️ 2. Current Ratio ต่ำกว่า 1 อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน ถ้าต่ำกว่า 1 แปลว่าธุรกิจมีสินทรัพย์ระยะสั้นไม่พอจ่ายหนี้ระยะสั้น ถือว่ามีความเสี่ยงสภาพคล่องครับ

    Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน

    ⚠️ 3. Quick Ratio ต่ำกว่า 1 คล้าย Current Ratio แต่ตัดสินค้าคงเหลือออก เพราะสินค้าคือเงินสดที่ "แปลงได้ช้า" ถ้า Quick Ratio ต่ำกว่า 1 แสดงว่าแม้ขายสินค้าได้ก็อาจชำระหนี้ไม่ทันครับ

    Quick Ratio = (สินทรัพย์หมุนเวียน − สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน

    ⚠️ 4. ยอดเงินสดลดลงต่อเนื่องทุกเดือน แม้กำไรดูดี แต่ถ้าเงินในบัญชีน้อยลงทุกเดือน แสดงว่ามีการรั่วไหลหรือไม่สมดุลของกระแสเงินสดที่ต้องหาสาเหตุและแก้ไขครับ

    สัญญาณค่าที่น่าเป็นห่วงความหมาย
    CFOติดลบ 2 เดือนขึ้นไปธุรกิจหลักไม่สร้างเงินสด
    Current Ratio< 1.0สินทรัพย์สั้นไม่พอหนี้สั้น
    Quick Ratio< 1.0สภาพคล่องต่ำแม้ตัดสต็อกออก
    ยอดเงินสดลดลงทุกเดือนติดต่อกัน 3 เดือนต้องหาเงินทุนหรือปรับโครงสร้าง

    SME ต้องจัดทำงบกระแสเงินสดตามกฎหมายไหม?

    สำหรับ SME ไทยที่เป็นบริษัทจำกัดทั่วไปซึ่งยังไม่ใช่กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ กฎหมายไม่ได้บังคับให้จัดทำงบกระแสเงินสดครับ แต่ถ้าธุรกิจอยู่ในกลุ่ม PAEs เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ งบกระแสเงินสดคือส่วนหนึ่งของงบการเงินที่บังคับต้องจัดทำ

    ประเภทกิจการจัดทำงบกระแสเงินสด?อ้างอิง
    บริษัทจำกัด (NPAEs — ส่วนใหญ่ของ SME ไทย)ไม่บังคับ — เป็นตัวเลือกTFRS for NPAEs (สภาวิชาชีพบัญชี)
    บริษัทมหาชน / กิจการในตลาดหลักทรัพย์ (PAEs)บังคับTFRS for PAEs
    ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนไม่บังคับTFRS for NPAEs
    บุคคลธรรมดาไม่มีข้อกำหนด

    💡 แนะนำ: แม้ไม่บังคับ แต่การขอให้สำนักงานบัญชีจัดทำงบการเงินรวมถึงงบกระแสเงินสดอย่างง่ายทุกไตรมาส จะช่วยให้เห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าและบริหารธุรกิจได้ดีกว่ามากครับ

    บริษัทจำกัดไทยทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และไม่ใช่สถาบันการเงิน จะจัดอยู่ในกลุ่ม NPAEs โดยอัตโนมัติครับ

    สรุป: คุณควรเริ่มต้นจัดการกระแสเงินสดอย่างไร?

    ถ้าคุณเป็นแบบนี้...สิ่งที่ควรทำทันที
    ร้านค้าออนไลน์ รายได้ต่ำกว่า 1 ล้านบาท/ปีจดบันทึกเงินสดรับ-จ่ายรายสัปดาห์ + เช็ครอบโอนเงินจากแพลตฟอร์ม
    SME ยอดขายดี แต่มักเงินไม่พอปลายเดือนทำ 4-สัปดาห์ cash forecast + เจรจาเครดิตกับซัพพลายเออร์
    บริษัทจำกัด มีบัญชีรายเดือน แต่ไม่เคยดูงบกระแสเงินสดขอให้สำนักงานบัญชีจัดทำงบกระแสเงินสดประกอบ + ดู CFO ทุกไตรมาส
    ธุรกิจขยายตัวเร็ว เงินสดลดลงทุกเดือนตรวจ CCC + หยุดขยายชั่วคราวจนกว่า CFO จะเป็นบวกสม่ำเสมอ

    กระแสเงินสดคือเรื่องที่ไม่ต้องรอให้เป็นปัญหาก่อนค่อยแก้ครับ การมองล่วงหน้าแม้เพียง 4 สัปดาห์ก็เปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างมาก

    หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางระบบบัญชีและติดตามกระแสเงินสดให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น สามารถติดต่อ Orbit Advisoryเพื่อปรึกษาฟรีได้เลยครับ นอกจากนี้ยังสามารถอ่านเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับร้านค้าบน TikTok Shop และ Shopeeเพื่อทำความเข้าใจภาระภาษีที่กระทบกระแสเงินสดของร้านค้าออนไลน์ได้ที่นี่ครับ

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    Q1: กระแสเงินสดกับกำไรต่างกันอย่างไร? ทำไมธุรกิจมีกำไรแต่เงินหมดได้? A: กำไรคำนวณตามเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) — รับรู้รายได้เมื่อเกิดสิทธิ์แม้ยังไม่ได้รับเงิน ขณะที่กระแสเงินสดคือเงินที่ไหลเข้า-ออกจริง ๆ ธุรกิจมีกำไรบนกระดาษได้ถ้ายอดขายส่วนใหญ่ยังเป็นลูกหนี้การค้าหรือสินค้าค้างสต็อก ทำให้กำไรยังไม่กลายเป็นเงินสดจริงในมือครับ

    Q2: วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) คืออะไร และ SME จะลดให้สั้นลงได้อย่างไร? A: CCC คือจำนวนวันที่ใช้ตั้งแต่จ่ายซื้อสินค้าจนกว่าจะรับเงินกลับคืน คำนวณจาก: ระยะเวลาขายสินค้า + ระยะเวลาเก็บหนี้ − ระยะเวลาชำระหนี้ซัพพลายเออร์ ลดได้ด้วย 3 วิธีหลัก ได้แก่ ลดสินค้าค้างสต็อก เร่งรอบโอนเงินจากแพลตฟอร์ม และเจรจาขอเครดิตซัพพลายเออร์ครับ

    Q3: ร้านค้าออนไลน์บน Shopee/TikTok Shop ต้องจัดการกับการรอรับเงินจากแพลตฟอร์มอย่างไร? A: แพลตฟอร์มออนไลน์ทุกเจ้ามีรอบการโอนเงินที่ขึ้นกับระดับบัญชีและเงื่อนไข เช่น TikTok Shop มีรอบโอนเงิน 1–31 วันหลังยืนยันการจัดส่ง ขึ้นอยู่กับ Seller Tier ของร้านค้า ส่วน Shopee มีตัวเลือกรอบโอนเงินหลายแบบตามเงื่อนไขแพลตฟอร์ม วิธีรับมือคือติดตามวันโอนเงินให้แม่นยำ ทำ cash forecast รายสัปดาห์ และสำรองเงินสดให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงรอครับ

    Q4: SME บริษัทจำกัดต้องจัดทำงบกระแสเงินสดตามกฎหมายไหม? A: ไม่บังคับครับ สำหรับบริษัทจำกัดที่เป็น NPAEs (กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) ซึ่งครอบคลุม SME ไทยส่วนใหญ่ มาตรฐาน TFRS for NPAEs ของสภาวิชาชีพบัญชีกำหนดให้งบกระแสเงินสดเป็น "ตัวเลือก" ไม่ใช่ข้อบังคับ ต่างจากบริษัทมหาชนหรือกิจการในตลาดหลักทรัพย์ (PAEs) ที่ต้องจัดทำครับ

    Q5: ถ้า CFO ติดลบสามเดือนติดต่อกัน ธุรกิจจะอยู่รอดได้นานแค่ไหน? A: ขึ้นกับ "Cash Runway" คือจำนวนเดือนที่เงินสดสำรองสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ได้ ถ้ามีเงินสำรอง 150,000 บาท และ CFO ติดลบเดือนละ 50,000 บาท มี Runway 3 เดือนเท่านั้น แนะนำให้ปรึกษาที่ปรึกษาการเงินทันทีเมื่อ CFO ติดลบต่อเนื่องเกิน 2 เดือนครับ

    📚 บทความที่เกี่ยวข้อง

    ทำบัญชีร้านค้าออนไลน์ (Shopee / Lazada / TikTok Shop) ต้องบันทึกอะไรบ้าง? คู่มือฉบับจริงสำหรับแม่ค้าออนไลน์
    แนะนำบัญชี

    ทำบัญชีร้านค้าออนไลน์ (Shopee / Lazada / TikTok Shop) ต้องบันทึกอะไรบ้าง? คู่มือฉบับจริงสำหรับแม่ค้าออนไลน์

    ร้านค้าออนไลน์บน Shopee, Lazada, TikTok Shop ต้องเก็บเอกสารบัญชีอะไรบ้าง? คู่มือครบจบ เอกสาร 6 ประเภท รายงาน VAT และบทลงโทษ

    อ่าน 9 นาที
    27 ม.ค. 2569
    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop และ Shopee: ใครต้องหัก อัตราเท่าไหร่ และขอคืนได้ไหม?
    แนะนำภาษี

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย TikTok Shop และ Shopee: ใครต้องหัก อัตราเท่าไหร่ และขอคืนได้ไหม?

    นิติบุคคลที่ขายบน TikTok Shop และ Shopee ต้องหัก WHT 3% จากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และ 1% จากค่าขนส่ง ก่อนจ่ายให้แพลตฟอร์ม พร้อมระบบตัวแทนหักภาษีอัตโนมัติ

    อ่าน 7 นาที
    20 ม.ค. 2569
    เจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัทอย่างไร? เปิด 5 วิธีที่ถูกกฎหมายและประหยัดภาษีที่สุด
    แนะนำภาษี

    เจ้าของกิจการดึงเงินออกจากบริษัทอย่างไร? เปิด 5 วิธีที่ถูกกฎหมายและประหยัดภาษีที่สุด

    5 วิธีถูกกฎหมายที่เจ้าของกิจการไทยใช้ดึงเงินออกจากบริษัท พร้อมอัตราภาษีและข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละวิธี

    อ่าน 15 นาที
    25 ธ.ค. 2568

    เลื่อนเพื่อดูเพิ่มเติม →

    พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?

    ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ติดต่อเราผ่านช่องทางที่คุณสะดวก